รับพนักงานเก่ากลับเข้าทำงาน: ควรทำหรือไม่อย่างไร
การรับพนักงานเก่ากลับเข้าทำงาน (boomerang employee) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเมื่อตลาดแรงงานขาดแคลนคนที่มีทักษะเฉพาะ เพราะองค์กรไม่ต้องเริ่มสอนงานตั้งแต่ศูนย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการรับกลับขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุที่พนักงานออกไปได้รับการแก้ไขจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ว่าทั้งสองฝ่ายอยากกลับมาร่วมงานกัน
บทความนี้จะพาไปดูข้อดีและข้อควรระวัง หลักเกณฑ์พิจารณาเป็นรายกรณี และขั้นตอนที่ HR ควรเตรียมก่อนรับพนักงานเก่ากลับ เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึกอยากได้คนกลับมา
พนักงานบูมเมอแรงคืออะไร และทำไมจึงน่าสนใจสำหรับ SME
คำว่า boomerang employee หรือ “พนักงานบูมเมอแรง” หมายถึงบุคคลที่เคยทำงานกับองค์กรแล้วลาออก ต่อมากลับมาร่วมงานอีกครั้ง ชื่อนี้มาจากลักษณะของบูมเมอแรงที่ถูกขว้างออกไปแล้ววนกลับมา
สำหรับองค์กร SME ไทยที่มีงบประมาณสรรหาจำกัด การรับพนักงานที่รู้จักวัฒนธรรมองค์กรและกระบวนการทำงานอยู่แล้วอาจช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการปรับตัวได้ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะทางและหาคนจากตลาดภายนอกได้ยาก
ข้อดีของการรับพนักงานเก่ากลับมีอะไรบ้าง
ต้นทุนการเรียนรู้ต่ำกว่า พนักงานที่ผ่านงานกับองค์กรมาแล้วรู้จักระบบ กระบวนการ และผู้คนในองค์กร ทำให้ระยะเวลาที่ใช้จนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ (time-to-productivity) สั้นกว่าพนักงานใหม่ที่ไม่เคยรู้จักองค์กรเลย
มีข้อมูลพื้นฐานที่ตรวจสอบได้ การจ้างพนักงานใหม่จากภายนอกมาพร้อมกับความไม่แน่นอน แต่พนักงานเก่าเป็นบุคคลที่องค์กรมีข้อมูลประวัติการทำงาน ผลงาน และพฤติกรรมอยู่แล้ว ทำให้ประเมินความเสี่ยงได้ชัดเจนกว่า
นำประสบการณ์ใหม่กลับมา พนักงานที่ออกไปทำงานที่อื่นมักนำมุมมองและทักษะที่ได้จากองค์กรอื่นกลับมาด้วย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อองค์กรหากนำมาปรับใช้ได้เหมาะสม
ข้อควรระวังที่ HR ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
สาเหตุที่ออกไปยังอยู่หรือไม่ นี่คือคำถามสำคัญที่สุด หากพนักงานลาออกเพราะปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น สไตล์การบริหารของหัวหน้า หรือนโยบายที่ยังคงเดิม การรับกลับจะเป็นการทำซ้ำปัญหาเดิม ไม่ใช่การแก้ไข
ผลกระทบต่อพนักงานที่ยังอยู่ พนักงานที่อยู่มาตลอดอาจตั้งคำถามว่าทำไมคนที่ออกไปถึงได้รับเงินเดือนหรือตำแหน่งที่ดีกว่า หากไม่จัดการเรื่องนี้ให้ดีอาจสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมในทีม
การจัดการความคาดหวัง พนักงานที่กลับมาบางส่วนคาดว่าจะได้รับการปฏิบัติเหมือนคนที่รู้ทุกอย่างแล้ว แต่ความเป็นจริงคือองค์กรเปลี่ยนแปลงระหว่างที่เขาออกไป ทั้งในแง่คน กระบวนการ และทิศทางธุรกิจ การสื่อสารความคาดหวังตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก
ควรรับพนักงานเก่ากลับในสถานการณ์แบบไหน
การพิจารณาควรอาศัยเหตุผลเชิงข้อเท็จจริง ไม่ใช่แค่ว่า “เขาเป็นคนดีและน่าเชื่อถือ” สถานการณ์ที่น่าพิจารณารับกลับมักมีลักษณะดังนี้
- พนักงานลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาภายในองค์กร เช่น ย้ายตามครอบครัว หรือทดลองธุรกิจส่วนตัว
- ระยะเวลาที่ออกไปทำให้เขาได้ทักษะหรือประสบการณ์ที่องค์กรต้องการ
- ตำแหน่งที่เปิดรับเป็นบทบาทที่หาคนใหม่ได้ยากจากตลาด
- ปัญหาที่เคยทำให้เขาออกไปได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
สถานการณ์ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กรณีที่พนักงานออกไปเพราะความขัดแย้งกับทีมหรือผู้บังคับบัญชาที่ยังคงอยู่ในองค์กร หรือกรณีที่มีประวัติผลงานต่ำกว่าเกณฑ์อย่างต่อเนื่องก่อนออกไป
HR ควรเตรียมขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการรับพนักงานบูมเมอแรง
แม้ว่าพนักงานบูมเมอแรงจะ “รู้จักองค์กรอยู่แล้ว” แต่กระบวนการรับเข้ายังคงต้องเป็นทางการและครบถ้วน
1. ทบทวนประวัติและสาเหตุการลาออกก่อน ก่อนนำชื่อขึ้นมาพิจารณา ให้ดึงบันทึก exit interview หรือประวัติผลงานจากระบบ HR เพื่อทบทวนว่าสาเหตุที่ออกไปและข้อกังวลที่เคยมีได้รับการจัดการหรือยัง
2. อัปเดต JD ให้ตรงกับงานปัจจุบัน ถึงแม้ชื่อตำแหน่งจะเหมือนเดิม ขอบเขตงานและความรับผิดชอบในปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปตามทิศทางธุรกิจ JD ที่ชัดเจนช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น บริการ Smart JD ช่วยออกแบบ JD ที่สะท้อนความรับผิดชอบและเกณฑ์ประเมินผลงานได้ครบถ้วน
3. เจรจาเงินเดือนและสวัสดิการใหม่อย่างโปร่งใส ไม่มีสูตรตายตัวว่าพนักงานที่กลับมาควรได้เงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าเดิม ควรพิจารณาจากกระบอกเงินเดือนของตำแหน่งและทักษะที่พนักงานนำกลับมา หากองค์กรมีโครงสร้างเงินเดือนที่ชัดเจน การตัดสินใจจะโปร่งใสและตรวจสอบได้ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ salary-structure-101
4. ทำสัญญาจ้างใหม่และกำหนดอายุงานใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อายุงานนับจากวันที่เริ่มสัญญาใหม่ ไม่ใช่การนับต่อจากสัญญาเดิม ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาและแจ้งพนักงานล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเรื่องสิทธิสวัสดิการในอนาคต
5. ออกแบบ onboarding แบบย่อที่เน้นสิ่งที่เปลี่ยนไป พนักงานบูมเมอแรงไม่จำเป็นต้องผ่าน onboarding เต็มรูปแบบเหมือนคนใหม่ แต่ยังต้องได้รับการแนะนำในส่วนที่เปลี่ยนแปลงระหว่างที่เขาออกไป เช่น นโยบายใหม่ ระบบที่อัปเดต หรือทีมที่เปลี่ยนสมาชิก
วิธีสื่อสารกับทีมที่มีอยู่เมื่อรับพนักงานเก่ากลับ
หนึ่งในจุดที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวังคือการสื่อสารกับพนักงานที่อยู่มาตลอด โดยเฉพาะถ้าพนักงานที่กลับมาจะได้รับตำแหน่งหรือค่าตอบแทนที่แตกต่างจากก่อนออกไป
แนวทางที่ดีคือการอธิบายบนพื้นฐานเหตุผลที่วัดได้ เช่น ทักษะที่เขานำกลับมา หรือความต้องการเฉพาะของตำแหน่ง ไม่ใช่การพูดแบบ “เพราะเขาเป็นคนดีที่เราไว้ใจ” ซึ่งอาจทำให้พนักงานที่อยู่มาตลอดรู้สึกว่าตนไม่ได้รับการยอมรับในแบบเดียวกัน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแนะนำให้องค์กรมีนโยบายการจ้างงานที่ชัดเจนและปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ซึ่งรวมถึงกระบวนการสรรหาและตัดสินใจจ้างด้วย
สรุป: รับหรือไม่รับ ต้องตัดสินใจบนข้อเท็จจริง
การรับพนักงานเก่ากลับเข้าทำงานไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกโดยตัวมันเอง ปัจจัยที่ควรให้น้ำหนักมากที่สุดคือสาเหตุที่เขาออกไปครั้งแรก สภาพแวดล้อมในองค์กรปัจจุบัน และทักษะที่เขานำกลับมา
หากองค์กรมีโครงสร้าง JD และอัตราเงินเดือนที่ชัดเจน การตัดสินใจรับพนักงานบูมเมอแรงจะโปร่งใสและป้องกันความขัดแย้งภายในได้ดีกว่าการตัดสินใจจากความรู้สึก
หากต้องการทบทวน JD หรือโครงสร้างค่าตอบแทนก่อนรับพนักงานเก่ากลับ นัดคุยฟรีกับทีม Triple I เพื่อวางแนวทางที่เหมาะกับองค์กรของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
พนักงานเก่าที่กลับมาทำงานเรียกว่าอะไรในวงการ HR
ในวงการ HR เรียกพนักงานประเภทนี้ว่า boomerang employee หรือพนักงานบูมเมอแรง ซึ่งหมายถึงพนักงานที่เคยลาออกจากองค์กรและกลับเข้ามาทำงานใหม่ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่แตกต่างออกไป แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงหลังจากที่ตลาดแรงงานมีการเคลื่อนไหวสูง
การรับพนักงานเก่ากลับมีข้อดีอะไรบ้างเมื่อเทียบกับการสรรหาคนใหม่
ข้อดีหลักคือองค์กรไม่ต้องลงทุนเวลาอธิบายวัฒนธรรมองค์กรและระบบงานตั้งแต่ต้น พนักงานที่เคยผ่านงานมาแล้วมักปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังมีต้นทุนการเรียนรู้ที่ต่ำกว่าในช่วงทดลองงาน อย่างไรก็ตามข้อดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อสาเหตุที่พนักงานลาออกครั้งแรกได้รับการแก้ไขแล้ว
ควรรับพนักงานเก่ากลับในทุกกรณีหรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณี สาเหตุที่ลาออกครั้งแรกเป็นปัจจัยสำคัญมาก หากพนักงานลาออกเพราะปัญหาความสัมพันธ์กับหัวหน้าหรือวัฒนธรรมองค์กรที่ยังไม่ได้เปลี่ยน การรับกลับมาอาจทำให้ปัญหาเดิมกลับมาอีก ควรพิจารณาบนพื้นฐานข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ไม่ใช่การตัดสินใจด้วยความรู้สึก
HR ควรเตรียม JD อย่างไรเมื่อรับพนักงานเก่ากลับในตำแหน่งเดิม
แม้จะเป็นตำแหน่งเดิม ควรทบทวน JD ให้สะท้อนขอบเขตงานและความรับผิดชอบที่อาจเปลี่ยนไปตามบริบทปัจจุบัน พนักงานที่กลับมาอาจมีทักษะใหม่จากประสบการณ์ระหว่างที่ออกไป JD ที่ชัดเจนช่วยจัดความคาดหวังตั้งแต่ต้นและลดความเข้าใจผิดว่า “ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง”
การรับพนักงานเก่ากลับต้องทำสัญญาจ้างใหม่หรือไม่
ใช่ ต้องทำสัญญาจ้างใหม่เสมอ เนื่องจากสัญญาเดิมสิ้นสุดลงเมื่อพนักงานลาออก อัตราเงินเดือนและสวัสดิการควรเจรจาตามตำแหน่งและทักษะปัจจุบัน ไม่ใช่การคืนเงินเดือนเดิมโดยอัตโนมัติ และต้องระบุว่าวันเริ่มงานใหม่คืออายุงานนับใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541