career ladder กับ lattice ต่างกันอย่างไร ในการเติบโต
career ladder คือเส้นทางก้าวหน้าในแนวตั้งที่พนักงานเลื่อนขึ้นทีละขั้นในสายงานเดิม ส่วน career lattice คือเส้นทางที่เคลื่อนได้หลายทิศ ทั้งขึ้น ลง และข้ามสายงาน ความต่างหลักคือ ladder มองความก้าวหน้าเป็นการเลื่อนตำแหน่ง ส่วน lattice มองเป็นการสะสมความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย องค์กรยุคใหม่จำนวนมากผสมทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน
บทความนี้จะอธิบายนิยามของทั้งสองรูปแบบ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย บอกว่าแบบไหนเหมาะกับองค์กรแบบใด และแนะนำแนวทางออกแบบเส้นทางก้าวหน้าให้เชื่อมกับระบบประเมินผลงานและค่าตอบแทนได้จริง
career ladder คืออะไร และต่างจาก career lattice อย่างไร
career ladder (เส้นทางอาชีพแนวตั้ง) คือรูปแบบความก้าวหน้าที่พนักงานเลื่อนขึ้นทีละขั้นภายในสายงานเดิม เปรียบเหมือนการปีนบันไดทีละขั้น ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่บัญชี เลื่อนเป็นหัวหน้าทีมบัญชี เลื่อนเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี และเลื่อนเป็นผู้อำนวยการสายการเงินตามลำดับ ความก้าวหน้าวัดจากการได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น มีลูกน้องมากขึ้น และมีความรับผิดชอบกว้างขึ้นในสายเดิม
career lattice (เส้นทางอาชีพแบบตาราง) คือรูปแบบที่ความก้าวหน้าไม่จำกัดอยู่แค่แนวตั้ง แต่เคลื่อนได้หลายทิศทาง เปรียบเหมือนการเดินบนตารางที่ขยับได้ทั้งขึ้น ข้าง และบางครั้งลง ตัวอย่างเช่น พนักงานฝ่ายขายที่ย้ายไปฝ่ายการตลาดในระดับเดียวกันเพื่อเรียนรู้มุมมองใหม่ หรือผู้จัดการที่เลือกรับบทบาทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแทนการขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง
ข้อแตกต่างสำคัญอยู่ที่นิยามของคำว่า “ก้าวหน้า” — ในระบบ ladder ความก้าวหน้าคือการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ส่วนในระบบ lattice ความก้าวหน้าคือการเพิ่มพูนความสามารถ ขอบเขตงาน และประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาพร้อมชื่อตำแหน่งที่สูงขึ้นเสมอไป
ทำไมแนวคิด career lattice ถึงได้รับความสนใจมากขึ้น
หนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความสนใจในแนวคิด lattice คือโครงสร้างองค์กรที่แบนราบลงกว่าในอดีต เมื่อชั้นการบังคับบัญชาน้อยลง ตำแหน่งบริหารก็มีจำกัด การยึดเฉพาะ career ladder จึงทำให้พนักงานเก่งจำนวนหนึ่งต้องรอ “เก้าอี้ว่าง” ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องอีกประการคือความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ให้คุณค่ากับการเรียนรู้และความหลากหลายของงาน ไม่ใช่เพียงการได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น พนักงานบางส่วนสนใจการขยับไปทำงานข้ามสายเพื่อสะสมทักษะมากกว่าการรอเลื่อนขั้นในสายเดิม
นอกจากนี้ ธุรกิจที่ต้องปรับตัวเร็วยังต้องการพนักงานที่มีทักษะหลากหลายและเข้าใจงานหลายส่วน การเปิดเส้นทาง lattice จึงช่วยสร้างกำลังคนที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับบทบาทใหม่ได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า career ladder ล้าสมัย หลายสายงานที่มีลำดับชั้นชัดเจนและองค์ความรู้สะสมเป็นขั้น เช่น สายวิศวกรรมหรือสายการเงิน ยังเหมาะกับเส้นทางแนวตั้งที่ชัดเจน
ข้อดีและข้อเสียของแต่ละรูปแบบมีอะไรบ้าง
ทั้งสองรูปแบบมีจุดแข็งและข้อจำกัดที่ต่างกัน การเข้าใจทั้งสองด้านช่วยให้องค์กรเลือกได้ตรงกับบริบทของตน
career ladder — จุดแข็ง
- เข้าใจง่าย พนักงานเห็นภาพชัดว่าต้องทำอะไรเพื่อเลื่อนขั้น
- สอดคล้องกับโครงสร้างเงินเดือนแบบลำดับขั้นที่องค์กรไทยคุ้นเคย
- เหมาะกับสายงานที่ความเชี่ยวชาญสะสมเป็นลำดับ
career ladder — ข้อจำกัด
- ตันได้เมื่อตำแหน่งบริหารมีจำกัด
- พนักงานที่เก่งงานเทคนิคอาจถูกผลักให้เป็นหัวหน้าทั้งที่ไม่ถนัดบริหารคน
- สร้างกำลังคนที่เชี่ยวชาญลึกแต่มุมมองแคบ
career lattice — จุดแข็ง
- รักษาพนักงานเก่งไว้ได้แม้ตำแหน่งสูงขึ้นมีจำกัด
- สร้างกำลังคนที่ทักษะหลากหลายและยืดหยุ่น
- เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญเติบโตได้โดยไม่ต้องเป็นผู้บริหาร
career lattice — ข้อจำกัด
- ออกแบบและสื่อสารยากกว่า เพราะเส้นทางไม่เป็นเส้นตรง
- ต้องมีระบบประเมินค่างานและค่าตอบแทนที่รองรับการเคลื่อนข้ามสาย
- ถ้าสื่อสารไม่ดี พนักงานอาจเข้าใจผิดว่าการย้ายข้างคือการถูกลดบทบาท
องค์กรควรเลือก career ladder หรือ lattice ดี
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง องค์กรจำนวนมากใช้รูปแบบผสม โดยพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้
ปัจจัยแรกคือโครงสร้างองค์กร ถ้าโครงสร้างมีลำดับชั้นชัดและมีตำแหน่งบริหารรองรับ career ladder ยังทำงานได้ดี แต่ถ้าโครงสร้างแบนและตำแหน่งบริหารจำกัด การเสริม lattice ช่วยลดปัญหาเส้นทางตัน
ปัจจัยที่สองคือลักษณะสายงาน สายงานเทคนิคหรือผู้เชี่ยวชาญที่ความก้าวหน้าไม่ควรผูกกับการบริหารคน เหมาะกับการเปิดเส้นทางเติบโตคู่ขนาน ที่ให้เติบโตทั้งสายผู้เชี่ยวชาญและสายบริหาร
ปัจจัยที่สามคือวัฒนธรรมองค์กรและความคาดหวังของพนักงาน ถ้าพนักงานให้คุณค่ากับการเรียนรู้และความหลากหลาย การเปิดเส้นทาง lattice จะช่วยรักษาคนไว้ได้ดีขึ้น
ลองนึกภาพองค์กรขนาดกลางที่มีฝ่ายขายแข็งแกร่งแต่ตำแหน่งผู้จัดการเต็มแล้ว การเปิดทางให้พนักงานขายเก่งย้ายไปเรียนรู้งานการตลาดหรืองานบริหารผลิตภัณฑ์ในระดับเดียวกัน อาจรักษาคนเหล่านั้นไว้ได้ดีกว่าการบอกให้รอตำแหน่งว่าง ในทางกลับกัน สายบัญชีที่ความรู้สะสมเป็นลำดับอาจยังเหมาะกับ ladder ที่ชัดเจน
จะเชื่อมเส้นทางอาชีพกับระบบประเมินและค่าตอบแทนอย่างไร
ไม่ว่าจะเลือก ladder, lattice หรือแบบผสม เส้นทางอาชีพจะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อเชื่อมกับระบบบริหารผลงานและโครงสร้างค่าตอบแทนอย่างสอดคล้อง
ในระบบ ladder การเลื่อนขั้นมักผูกกับการขยับขึ้นกระบอกเงินเดือนถัดไป ซึ่งต้องมีนิยามชัดว่าแต่ละขั้นต้องการสมรรถนะและผลงานระดับใด ระบบบริหารผลงานควรวัดทั้งผลลัพธ์ (เช่น KPI) และพฤติกรรมหรือสมรรถนะที่คาดหวังในแต่ละระดับ
ในระบบ lattice ความก้าวหน้าวัดจากการเพิ่มขึ้นของขอบเขตงานและความสามารถ จึงมักเชื่อมกับกระบอกเงินเดือนแบบกว้างที่ครอบคลุมหลายบทบาทในช่วงค่างานใกล้กัน ทำให้การย้ายข้ามสายงานในระดับเดียวกันไม่จำเป็นต้องลดค่าตอบแทน บทความ pay band คืออะไร อธิบายแนวคิดกระบอกเงินเดือนที่นำมาใช้กับเส้นทางทั้งสองแบบได้เพิ่มเติม
จุดที่ต้องระวังคือการเคลื่อนข้ามสายงานต้องประเมินค่างานใหม่ให้สอดคล้อง เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทน และระบบประเมินต้องสะท้อนได้ว่าพนักงานที่ขยายบทบาทหรือสะสมทักษะใหม่มีความก้าวหน้าจริง แม้ชื่อตำแหน่งจะไม่เปลี่ยน
สำหรับองค์กรที่ต้องการเชื่อมเส้นทางอาชีพเข้ากับการประเมินผลงานอย่างเป็นระบบ บริการ SPMS ของ Triple I ช่วยออกแบบระบบบริหารผลงานที่วัดทั้งผลลัพธ์และสมรรถนะ และเชื่อมกับเส้นทางก้าวหน้าทั้งแบบ ladder และ lattice ได้อย่างสอดคล้อง
สรุป
career ladder และ career lattice ไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องเลือกข้าง แต่เป็นสองมุมมองของการเติบโตในอาชีพที่ใช้ร่วมกันได้ ladder ให้ความชัดเจนของเส้นทางแนวตั้งที่เหมาะกับสายงานลำดับชั้น ส่วน lattice เปิดความยืดหยุ่นให้พนักงานเติบโตด้านความสามารถและประสบการณ์เมื่อตำแหน่งบริหารมีจำกัด สิ่งสำคัญคือเส้นทางต้องสื่อสารชัดและเชื่อมกับระบบประเมินผลงานและค่าตอบแทนอย่างสอดคล้อง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเพียงแผนภาพสวยงามที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ
หากต้องการคำแนะนำในการออกแบบเส้นทางก้าวหน้าที่เชื่อมกับระบบบริหารผลงานขององค์กร ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
career ladder กับ career lattice ต่างกันอย่างไร
career ladder คือเส้นทางก้าวหน้าในแนวตั้ง พนักงานเลื่อนขึ้นทีละขั้นในสายงานเดิม จากเจ้าหน้าที่เป็นหัวหน้างานเป็นผู้จัดการ ส่วน career lattice คือเส้นทางที่เคลื่อนได้หลายทิศ ทั้งขึ้น ลง และข้ามสายงาน เช่น ย้ายจากฝ่ายขายไปฝ่ายการตลาดในระดับเดิมเพื่อสะสมประสบการณ์ ความต่างหลักอยู่ที่ ladder มองความก้าวหน้าเป็นการเลื่อนตำแหน่ง ส่วน lattice มองเป็นการสะสมความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย
career lattice เหมาะกับองค์กรแบบไหน
career lattice เหมาะกับองค์กรที่มีโครงสร้างแบนราบ มีตำแหน่งบริหารจำกัด หรือต้องการให้พนักงานมีทักษะหลากหลาย เช่น องค์กรขนาดกลางที่กำลังเติบโต องค์กรเทคโนโลยี และธุรกิจที่ต้องปรับตัวเร็ว เพราะช่วยรักษาพนักงานเก่งไว้ได้แม้ตำแหน่งสูงขึ้นจะมีจำกัด โดยเปิดโอกาสให้เติบโตด้านความสามารถแทนการรอเก้าอี้ว่าง
ถ้าใช้ lattice แล้วจะวัดความก้าวหน้าอย่างไรในเมื่อตำแหน่งไม่ได้สูงขึ้น
ในระบบ lattice ความก้าวหน้าวัดจากการเพิ่มขึ้นของขอบเขตงาน ความสามารถ และค่างาน ไม่ใช่จากชื่อตำแหน่งอย่างเดียว องค์กรมักเชื่อมโยงกับกระบอกเงินเดือนแบบกว้างที่ครอบคลุมหลายบทบาท และระบบบริหารผลงานที่วัดทั้งผลลัพธ์และสมรรถนะ เพื่อให้การย้ายข้ามสายงานหรือขยายบทบาทสะท้อนในค่าตอบแทนและการประเมินได้จริง
องค์กรไทยส่วนใหญ่ใช้ career ladder หรือ lattice
องค์กรไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับ career ladder เพราะสอดคล้องกับโครงสร้างลำดับชั้นและวัฒนธรรมการให้คุณค่ากับตำแหน่ง แต่หลายองค์กรเริ่มผสมแนวคิด lattice เข้ามา โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างเริ่มแบนลงและตำแหน่งบริหารมีจำกัด การเลือกใช้แบบใดขึ้นอยู่กับโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรม และเป้าหมายการพัฒนาคน
จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ladder กับ lattice หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง องค์กรจำนวนมากใช้รูปแบบผสม โดยคงเส้นทางเลื่อนขั้นแนวตั้งไว้สำหรับสายงานที่มีลำดับชั้นชัดเจน และเปิดเส้นทางเคลื่อนข้ามสายงานแบบ lattice สำหรับพนักงานที่ต้องการสะสมประสบการณ์กว้าง สิ่งสำคัญคือเส้นทางต้องสื่อสารชัดและเชื่อมกับระบบประเมินและค่าตอบแทนอย่างสอดคล้อง