ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ค่าตอบแทนตามใบรับรองวิชาชีพ ออกแบบอย่างไรให้แฟร์ไม่เพี้ยน

ค่าตอบแทนตามใบรับรองวิชาชีพ คือเงินที่บริษัทจ่ายเพิ่มให้พนักงานเพราะถือใบรับรองหรือใบอนุญาตวิชาชีพที่งานนั้นต้องใช้ เช่น ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ใบผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือใบรับรองด้านความปลอดภัย เป้าหมายคือจูงใจให้คนสอบใบรับรองและรักษาคนที่มีคุณสมบัตินั้นไว้ในองค์กร

ฟังดูตรงไปตรงมา แต่พอจะลงมือออกแบบจริง คำถามที่ทำให้หลายบริษัทติดคือ จ่ายเท่าไร จ่ายเป็นเงินก้อนเดียวหรือจ่ายทุกเดือน ผูกกับตัวคนหรือผูกกับตำแหน่ง และจะวางเงินก้อนนี้ลงไปในกระบอกเงินเดือนอย่างไรไม่ให้โครงสร้างที่อุตส่าห์ทำมาเพี้ยน บทความนี้จะไล่ทีละประเด็น

ค่าตอบแทนตามใบรับรองวิชาชีพคืออะไร และจ่ายในกรณีไหน

นิยามสั้น ๆ คือ ค่าตอบแทนที่ผูกกับการมีใบรับรองหรือใบอนุญาตจากองค์กรภายนอก ไม่ใช่ผูกกับผลงานหรืออายุงาน ใบรับรองเหล่านี้มักมีเงื่อนไขสามอย่างร่วมกัน คือ ออกโดยหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ มีวันหมดอายุหรือต้องต่ออายุ และเป็นสิ่งที่งานนั้นต้องใช้หรือกฎหมายบังคับ

กรณีที่บริษัทมักพิจารณาจ่าย ได้แก่

  1. ใบรับรองที่กฎหมายหรือลูกค้าบังคับให้ตำแหน่งนั้นต้องมี เช่น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือผู้ควบคุมงานที่ต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ
  2. ใบรับรองที่ยกระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทต่อลูกค้า เช่น ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือใบรับรองมาตรฐานระบบ
  3. ใบรับรองที่หายากในตลาดและทำให้สรรหายาก ทำให้บริษัทยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแข่งกับตลาด
  4. ใบรับรองที่บริษัทอยากผลักดันให้คนในทีมไปสอบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถรวม

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าเงินเพิ่มประเภทอื่น คือใบรับรองเป็นของตัวบุคคล ติดตัวไปได้ แต่คุณค่าของมันต่อบริษัทขึ้นอยู่กับว่าพนักงานยัง อยู่ในตำแหน่งที่ใช้ใบนั้นจริงหรือไม่ ตรงนี้เองที่ทำให้ต้องคิดให้ดีว่าจะผูกเงินกับอะไร

ผูกกับใบรับรอง หรือผูกกับงาน ต่างกันอย่างไร

นี่คือทางแยกสำคัญที่สุด และเป็นคู่ตรงข้ามที่ควรตัดสินใจให้ชัดก่อนกำหนดตัวเลข

ถ้าผูกกับ ค่าคน คือจ่ายให้เพราะคนคนนั้นถือใบรับรอง ไม่ว่าจะนั่งตำแหน่งไหน ข้อดีคือจูงใจให้คนไปสอบใบรับรองชัดเจน ข้อเสียคือบริษัทอาจจ่ายให้ใบรับรองที่ไม่ได้ถูกใช้ในงานปัจจุบัน เช่น คนที่มีใบวิชาชีพแต่ย้ายไปทำงานสายบริหารแล้ว

ถ้าผูกกับ ค่างาน คือจ่ายให้เพราะตำแหน่งนั้นกำหนดว่าต้องถือใบรับรอง ใครมานั่งตำแหน่งนี้และมีใบครบก็ได้เงินส่วนนี้ พอออกจากตำแหน่งก็ไม่ได้ ข้อดีคือเงินไปตรงกับความจำเป็นของงาน สอดคล้องกับหลักการประเมินค่างาน (เช่น Point Factor Method) ที่มองว่าจ่ายตามคุณค่าของงาน ข้อเสียคือคนที่อุตส่าห์สอบใบมาแต่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้ จะรู้สึกว่าความพยายามไม่ถูกตอบแทน

ในทางปฏิบัติหลายบริษัทเลือกทางผสม คือ จ่ายเงินก้อนครั้งเดียว (one-time bonus) ตอนสอบใบรับรองผ่าน เพื่อให้กำลังใจด้านค่าคน แล้วจ่ายเงินเพิ่มรายเดือนเฉพาะตำแหน่งที่ต้องใช้ใบนั้นจริงในด้านค่างาน วิธีนี้แยกแรงจูงใจสองชนิดออกจากกันได้สะอาดขึ้น

จ่ายเป็นเงินก้อนหรือจ่ายรายเดือน

เงินก้อนครั้งเดียวเหมาะกับการให้รางวัลความสำเร็จในการสอบ ควบคุมงบได้ง่าย ไม่ผูกพันระยะยาว ส่วนเงินเพิ่มรายเดือนเหมาะกับใบรับรองที่ต้องต่ออายุและงานต้องใช้ต่อเนื่อง แต่จะกลายเป็นภาระถาวรที่ถอนยาก โดยเฉพาะถ้าเผลอนำไปรวมในเงินเดือนฐานตั้งแต่แรก

จะวางเงินก้อนนี้ลงในกระบอกเงินเดือนอย่างไร

ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือ ค่าตอบแทนตามใบรับรองมีผลต่อ โครงสร้างเงินเดือน ทั้งระบบ ถ้าไม่ระวังจะทำให้คนสองคนที่ทำงานเดียวกันได้เงินรวมต่างกันมากจนอธิบายยาก หรือทำให้บางคน เงินเดือนตัน เพราะเงินใบรับรองดันค่าตัวชนเพดานกระบอกก่อนเวลาอันควร

หลักคิดที่ช่วยให้ไม่เพี้ยน

  1. ตัดสินใจก่อนว่าเงินใบรับรองเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนฐานหรือเป็นเงินเพิ่มแยก ถ้าแยก ให้กันออกจากการคำนวณตำแหน่งในกระบอก เพื่อไม่ให้บิดเบือน คอมพาเรโช (compa-ratio)
  2. กำหนดเงื่อนไขเพิกถอนให้ชัด เช่น ใบหมดอายุแล้วไม่ต่อ หรือย้ายออกจากตำแหน่งที่ใช้ใบ เงินส่วนนี้หยุดจ่าย ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันแรก
  3. ตั้งอัตราที่อ้างอิงตลาดและความจำเป็น ไม่ใช่ตั้งลอย ๆ ใบที่กฎหมายบังคับและหายากควรได้มากกว่าใบที่มีไว้เสริม
  4. ทบทวนเป็นรอบ พร้อมโครงสร้างเงินเดือนประจำปี เพราะมูลค่าตลาดของแต่ละใบรับรองเปลี่ยนได้

ลองนึกภาพตัวอย่างสมมติ บริษัทหนึ่งกำหนดว่าตำแหน่งวิศวกรที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพได้เงินเพิ่มแยก 3,000 บาทต่อเดือน (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายเท่านั้น) โดยจ่ายเฉพาะคนที่นั่งตำแหน่งนั้นและถือใบที่ยังไม่หมดอายุ เงินก้อนนี้แสดงเป็นบรรทัดแยกในสลิป ไม่นำไปรวมในฐานคำนวณตำแหน่งในกระบอก เมื่อใครย้ายออกจากสายงานวิศวกรรม เงินส่วนนี้ก็หยุดโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ล่วงหน้า แบบนี้โครงสร้างหลักยังสะอาด และเงินใบรับรองทำหน้าที่ของมันโดยไม่รบกวนระบบ

หากออกแบบหละหลวม เช่น เอาเงินใบรับรองไปบวกในเงินเดือนฐานโดยไม่มีเงื่อนไข อาจส่งผลต่อความเป็นธรรมภายในในระยะยาว และเสี่ยงต่อการที่ค่าตัวบางคนทะลุเพดานกระบอกเร็วกว่าที่ควร ทำให้บริหารการขึ้นเงินเดือนปีถัด ๆ ไปได้ยากขึ้น

เริ่มต้นออกแบบอย่างไรให้ไม่ลำเอียง

จุดที่ยากที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การคำนวณ แต่คือการรักษาความเป็นกลาง เพราะการตัดสินว่าใบไหนควรได้เงิน ใบไหนไม่ควร และเท่าไร มักมีแรงกดดันจากแต่ละฝ่ายที่อยากให้ใบของตัวเองถูกนับ การมีหลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ชัดและใช้กับทุกคนเหมือนกัน จะช่วยให้การตัดสินใจไม่กลายเป็นเรื่องการเมืองภายใน

ถ้าทีม HR ออกแบบเรื่องนี้เองได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะไม่มีใครรู้จักงานในบริษัทดีเท่าทีมภายใน แต่หลายครั้งสิ่งที่ขาดคือคนกลางที่ช่วยตั้งกติกาและรับแรงเสียดทานแทน เพื่อให้ HR ได้ทำงานเชิงกลยุทธ์มากกว่าต้องมาเป็นคู่กรณีกับแต่ละแผนก บทบาทแบบนี้คือสิ่งที่บริการ วางโครงสร้างเงินเดือน ของเราเข้ามาเสริม ในฐานะตัวกลางที่เป็นกลาง ไม่ได้มาแทนทีม HR และถ้าอยากเข้าใจพื้นฐานก่อนว่ากระบอกเงินเดือนทำงานอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่บทความ โครงสร้างเงินเดือน

ก่อนจะกำหนดตัวเลขใด ๆ ลองถามตัวเองก่อนว่า ใบรับรองใบนี้บริษัทจ่ายเพื่ออะไร จ่ายเพื่อให้คนได้ใบ หรือจ่ายเพราะงานต้องใช้ใบ คำตอบของคำถามนี้จะบอกเองว่าควรผูกเงินกับค่าคนหรือค่างาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการออกแบบที่อธิบายได้ทุกบรรทัด

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตอบแทนตามใบรับรองวิชาชีพคืออะไร

คือเงินเพิ่มที่จ่ายให้พนักงานเพราะถือใบรับรองหรือใบอนุญาตวิชาชีพที่งานต้องใช้ เช่น ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ใบผู้สอบบัญชี หรือใบรับรองด้านความปลอดภัย จุดประสงค์คือจูงใจให้คนได้ใบรับรองและรักษาคนที่มีคุณสมบัตินั้นไว้

ควรจ่ายเป็นเงินเพิ่มแยกหรือรวมในเงินเดือนฐาน

ขึ้นกับเจตนา หากต้องการให้เพิกถอนได้เมื่อใบรับรองหมดอายุหรือย้ายงาน ควรจ่ายเป็นเงินเพิ่มแยกที่มีเงื่อนไขชัด หากต้องการให้เป็นส่วนหนึ่งของค่าตัวถาวร การรวมในเงินเดือนฐานจะตรงกว่า แต่ถอนคืนยากกว่า

ค่าตอบแทนตามใบรับรองต่างจากค่าตอบแทนตามทักษะอย่างไร

ค่าตอบแทนตามใบรับรองผูกกับเอกสารรับรองจากองค์กรภายนอกที่มีวันหมดอายุ ส่วนค่าตอบแทนตามทักษะผูกกับความสามารถที่บริษัทประเมินเอง ใบรับรองพิสูจน์ง่ายกว่าแต่ไม่ได้แปลว่าใช้ทักษะนั้นในงานจริงเสมอ


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี