ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

Compa-ratio ต่างจาก range penetration อย่างไร เทียบให้เห็นชัด

Compa-ratio ต่างจาก range penetration ตรงจุดอ้างอิงที่ใช้คำนวณ compa-ratio วัดเงินเดือนเทียบกับค่ากลาง (midpoint) ของกระบอกเงินเดือน ส่วน range penetration วัดว่าเงินเดือนอยู่ห่างจากค่าต่ำสุด (min) ขึ้นมากี่เปอร์เซ็นต์ของความกว้างกระบอกทั้งหมด ทั้งสองตัวเลขดูเงินเดือนตัวเดียวกัน แต่ตอบคนละคำถาม

Compa-ratio คืออะไร และคำนวณอย่างไร

Compa-ratio คือสัดส่วนที่บอกว่าเงินเดือนของพนักงานอยู่ที่กี่เท่าของค่ากลางของกระบอกเงินเดือนในเกรดนั้น สูตรคือ เงินเดือนปัจจุบัน หารด้วย ค่ากลาง (midpoint) ของกระบอก

ตัวอย่างสมมติ ถ้ากระบอกของเกรดหนึ่งมีค่ากลางอยู่ที่ 40,000 บาท และพนักงานได้เงินเดือน 36,000 บาท compa-ratio จะเท่ากับ 36,000 หารด้วย 40,000 ได้ 0.90 หรือ 90 เปอร์เซ็นต์

การอ่านค่าทำได้ง่าย

  1. compa-ratio เท่ากับ 1.0 หมายถึงเงินเดือนอยู่ที่ค่ากลางพอดี
  2. ต่ำกว่า 1.0 หมายถึงเงินเดือนอยู่ต่ำกว่าค่ากลาง มักพบในพนักงานที่เพิ่งเข้าหรือยังใหม่ในเกรด
  3. สูงกว่า 1.0 หมายถึงเงินเดือนอยู่สูงกว่าค่ากลาง มักพบในพนักงานที่อยู่นานหรือผลงานสูง

จุดเด่นของ compa-ratio คือมันผูกกับค่ากลางซึ่งโดยทั่วไปออกแบบให้สะท้อนจุดอ้างอิงตลาด (market reference) ที่องค์กรเลือก เช่น เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50 ของตลาด ทำให้ compa-ratio ตอบคำถามว่า “เราจ่ายเทียบกับตลาดที่เราตั้งใจไว้แค่ไหน” ได้ตรง หากต้องการทบทวนพื้นฐานของกระบอกและค่ากลางก่อน อ่านเพิ่มได้ที่ โครงสร้างเงินเดือน 101

Range penetration คืออะไร และคำนวณอย่างไร

Range penetration คือเปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าเงินเดือนของพนักงานเลื่อนขึ้นมาจากค่าต่ำสุดของกระบอกแล้วกี่ส่วนของความกว้างกระบอกทั้งหมด สูตรคือ (เงินเดือนปัจจุบัน ลบ ค่าต่ำสุด) หารด้วย (ค่าสูงสุด ลบ ค่าต่ำสุด)

ตัวอย่างสมมติ ถ้ากระบอกเดียวกันมีค่าต่ำสุด 32,000 บาท ค่าสูงสุด 48,000 บาท และพนักงานได้ 36,000 บาท range penetration จะเท่ากับ (36,000 ลบ 32,000) หารด้วย (48,000 ลบ 32,000) ได้ 4,000 หารด้วย 16,000 เท่ากับ 0.25 หรือ 25 เปอร์เซ็นต์

การอ่านค่าก็ตรงไปตรงมา

  1. range penetration เท่ากับ 0 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงเงินเดือนอยู่ที่ค่าต่ำสุดพอดี
  2. เท่ากับ 50 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงเงินเดือนอยู่กึ่งกลางระหว่าง min กับ max ของกระบอก
  3. เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงเงินเดือนแตะค่าสูงสุด หรืออาการที่เรียกกันว่าเงินเดือนตัน

จุดเด่นของ range penetration คือมันแสดง “พื้นที่ที่เหลือให้เลื่อนขึ้น” ในกระบอกได้ชัดเจน เพราะวัดเทียบกับความกว้างทั้งหมดของกระบอก จึงตอบคำถามว่า “พนักงานคนนี้ยังมีที่ให้ขึ้นเงินเดือนในเกรดนี้อีกเท่าไรก่อนตัน” ได้ดีกว่า

ทำไมเงินเดือนตัวเดียวกันให้ตัวเลขไม่เท่ากัน

จากสองตัวอย่างข้างต้น เงินเดือน 36,000 บาทตัวเดียวกันให้ compa-ratio 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้ range penetration เพียง 25 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขต่างกันมากทั้งที่เป็นเงินเดือนเดียวกัน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต่างกันคือจุดศูนย์ของการวัดไม่เหมือนกัน compa-ratio ตั้งค่ากลางเป็นหมุด 1.0 แล้ววัดออกไปทั้งสองทาง ส่วน range penetration ตั้งค่าต่ำสุดเป็นจุดเริ่ม 0 เปอร์เซ็นต์ แล้ววัดขึ้นไปทางเดียว

หนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับขนาดของความแตกต่างคือความกว้างของกระบอก (range spread) ถ้ากระบอกกว้าง compa-ratio ที่ดูใกล้ 1.0 อาจมาคู่กับ range penetration ที่ยังต่ำ เพราะระยะจาก min ถึง max ยาว การดูแค่ตัวเดียวจึงอาจทำให้ตีความสถานะของพนักงานคลาดเคลื่อนได้

ความเข้าใจเรื่องนี้สำคัญเวลาวางนโยบายปรับเงินเดือน เพราะถ้าใช้เกณฑ์จากตัวเลขเดียวโดยไม่รู้ว่ามันอ้างอิงอะไร อาจตัดสินใจบนภาพที่ไม่ครบ รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการตีความค่านี้อ่านได้ที่ compa-ratio คืออะไร

ควรใช้ compa-ratio หรือ range penetration

ทั้งสองตัวไม่ได้แข่งกันว่าตัวไหนถูก แต่ตอบคนละคำถาม การเลือกจึงขึ้นกับว่ากำลังจะตัดสินใจเรื่องอะไร

  1. ถ้าต้องการเทียบว่าองค์กรจ่ายตรงกับจุดอ้างอิงตลาดที่ตั้งใจหรือไม่ compa-ratio เหมาะกว่า เพราะผูกกับค่ากลาง
  2. ถ้าต้องการดูว่าพนักงานยังมีพื้นที่เลื่อนขึ้นในเกรดเหลือเท่าไร หรือใครเข้าใกล้เงินเดือนตัน range penetration ตอบได้ตรงกว่า
  3. ถ้าต้องการคุยภาพรวมความเป็นธรรมภายในเกรด การดูทั้งสองค่าคู่กันจะเห็นภาพรอบด้านกว่าการดูตัวเดียว

ลองนึกภาพการทบทวนเงินเดือนประจำปี ถ้ามองแค่ compa-ratio อาจเห็นว่าพนักงานคนหนึ่งอยู่สูงกว่าค่ากลางแล้วและคิดว่าไม่ต้องรีบ แต่พอดู range penetration อาจพบว่าเขาเข้าใกล้ค่าสูงสุดมากจนเหลือพื้นที่ขึ้นน้อย ซึ่งเป็นคนละประเด็นในการวางแผน

การออกแบบกระบอกเงินเดือนให้ค่ากลางสะท้อนค่างาน (ไม่ใช่แค่ค่าคนที่จ่ายกันมา) เป็นพื้นฐานที่ทำให้ตัวเลขทั้งสองมีความหมาย เพราะถ้าโครงสร้างกระบอกเองยังไม่ได้อิงค่างานอย่างเป็นระบบ ตัวเลขที่คำนวณออกมาก็จะอ้างอิงฐานที่ไม่มั่นคง งานออกแบบและทบทวนส่วนนี้คือสิ่งที่ บริการวางโครงสร้างเงินเดือน ของ Triple I เข้ามาช่วยในฐานะตัวกลางที่เป็นกลาง เสริมให้ทีม HR ทำงานเชิงกลยุทธ์ ไม่ได้มาแทนทีม HR

สรุปความต่างให้เห็นในภาพเดียว

compa-ratio และ range penetration คือมุมมองสองมุมที่ส่องไปยังเงินเดือนตัวเดียวกัน ตัวหนึ่งบอกว่า “ห่างจากค่ากลางแค่ไหน” อีกตัวบอกว่า “เลื่อนขึ้นมาในกระบอกแล้วกี่ส่วน” การรู้ว่าแต่ละตัวอ้างอิงอะไรช่วยให้อ่านสถานะค่าตอบแทนของคนในองค์กรได้แม่นขึ้น

คำถามที่ชวนคิดต่อคือ วันนี้เวลาทบทวนเงินเดือน ทีมขององค์กรกำลังดูตัวเลขตัวไหนอยู่ และตัวเลขนั้นกำลังตอบคำถามที่ตั้งใจจะถามจริงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

Compa-ratio กับ range penetration ต่างกันตรงไหน

ต่างกันที่จุดอ้างอิง compa-ratio วัดเงินเดือนเทียบกับค่ากลาง (midpoint) ของกระบอก ส่วน range penetration วัดว่าเงินเดือนอยู่ห่างจากค่าต่ำสุด (min) ไปกี่เปอร์เซ็นต์ของความกว้างกระบอกทั้งหมด

ควรใช้ compa-ratio หรือ range penetration ตัวไหน

ใช้ได้ทั้งคู่ขึ้นกับคำถามที่ต้องการตอบ compa-ratio เหมาะกับการเทียบกับ market reference ส่วน range penetration เหมาะกับการดูพื้นที่เลื่อนขึ้นที่เหลือในกระบอก หลายองค์กรใช้คู่กัน

Compa-ratio เท่ากับ 1.0 หมายความว่าอะไร

หมายความว่าเงินเดือนของพนักงานเท่ากับค่ากลางของกระบอกพอดี ซึ่งมักตีความว่าได้รับค่าตอบแทนตรงตามตำแหน่งกลางตลาดที่องค์กรกำหนดไว้สำหรับเกรดนั้น

Range penetration ติดเพดาน 100% แล้วต้องทำอย่างไร

แสดงว่าเงินเดือนแตะค่าสูงสุดของกระบอก หรือที่เรียกว่าเงินเดือนตัน ทางเลือกที่พิจารณาได้คือทบทวนการเลื่อนเกรด ปรับโครงสร้างกระบอก หรือใช้ค่าตอบแทนรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนฐาน


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี