range penetration คืออะไร และนำมาใช้บริหารค่าตอบแทนอย่างไร
เมื่อองค์กรมีช่วงเงินเดือนกำหนดไว้แล้ว คำถามที่ตามมาคือพนักงานแต่ละคนอยู่ตรงไหนในช่วงนั้น การดูตัวเลขเงินเดือนเปล่า ๆ ไม่ได้บอกเรื่องนี้โดยตรง เครื่องมือที่ใช้วัดตำแหน่งในช่วงเงินเดือนมีสองค่าหลัก คือ compa-ratio และ range penetration
บทความนี้อธิบาย range penetration โดยเฉพาะ ตั้งแต่คำจำกัดความ วิธีคำนวณ ไปจนถึงวิธีนำมาใช้ในการบริหารค่าตอบแทนประจำวัน
range penetration คืออะไร
range penetration คือค่าที่บอกว่าเงินเดือนปัจจุบันของพนักงานอยู่ห่างจากจุดต่ำสุด (Min) ของช่วงเป็นสัดส่วนเท่าใด เมื่อเทียบกับความกว้างของช่วงทั้งหมด
ค่านี้แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดย 0% หมายถึงเงินเดือนเท่ากับ Min พอดี และ 100% หมายถึงเงินเดือนเท่ากับ Max พอดี หากค่าติดลบหมายความว่าเงินเดือนต่ำกว่า Min ของช่วง ถ้าค่าเกิน 100% หมายความว่าเงินเดือนเกิน Max ออกมา ทั้งสองกรณีนี้เป็นสิ่งที่ควรตรวจสอบ
วิธีคำนวณ range penetration
สูตรคำนวณ range penetration มีดังนี้:
Range Penetration = (เงินเดือนปัจจุบัน − Min) ÷ (Max − Min)
ตัวอย่างเชิงหลักการ — ตัวเลขสมมติ: สมมติว่าช่วงเงินเดือนของระดับงานหนึ่งมี Min = 30,000 บาท และ Max = 50,000 บาท ความกว้างของช่วงเท่ากับ 20,000 บาท หากพนักงานคนหนึ่งได้รับเงินเดือน 38,000 บาท range penetration = (38,000 − 30,000) ÷ 20,000 = 0.40 หรือ 40% ซึ่งหมายถึงพนักงานคนนี้อยู่ที่ตำแหน่ง 40% นับจากฐานของช่วง
ตัวเลข 40% นี้บอกได้ทันทีว่าพนักงานยังอยู่ในครึ่งล่างของช่วง และยังมีพื้นที่เติบโตภายในระดับงานปัจจุบัน
range penetration ต่างจาก compa-ratio อย่างไร
ทั้งสองค่าวัดตำแหน่งในช่วงเงินเดือน แต่ใช้จุดอ้างอิงต่างกัน
compa-ratio เปรียบเทียบเงินเดือนปัจจุบันกับ Midpoint ของช่วง ส่วน range penetration เปรียบเทียบเงินเดือนปัจจุบันกับทั้งช่วงตั้งแต่ Min ถึง Max ดังนั้นในบางสถานการณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในมุมที่ต่างกัน
สมมติว่าพนักงานสองคนในระดับงานเดียวกันมี compa-ratio เท่ากัน แต่ช่วงเงินเดือนที่ใช้เปรียบเทียบมี range spread ต่างกัน range penetration จะช่วยให้เห็นว่าใครอยู่ใกล้ Max มากกว่ากัน ซึ่งมีนัยต่อการวางแผนการขึ้นเงินเดือนที่ต่างกัน อ่านรายละเอียด compa-ratio เพิ่มเติมได้ที่ compa-ratio คืออะไร
ค่า range penetration บอกอะไรในการบริหารค่าตอบแทน
เมื่อคำนวณ range penetration ของพนักงานทั้งองค์กรแล้ว ค่าเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจหลายเรื่อง ได้แก่:
- การขึ้นเงินเดือน — พนักงานที่ range penetration ต่ำ ซึ่งยังอยู่ในช่วงต้นของช่วงเงินเดือน โดยทั่วไปมีพื้นที่ให้ขึ้นมากกว่าคนที่ penetration สูงและใกล้ Max แล้ว ทำให้การกำหนดสัดส่วนการขึ้นรายบุคคลมีเหตุผลรองรับ
- การตรวจสอบคนนอกช่วง — พนักงานที่ penetration ติดลบหรือเกิน 100% บ่งชี้ว่าเงินเดือนออกนอกกรอบของช่วง ซึ่งควรทบทวนว่ามาจากการจัดระดับงานที่ไม่ตรง หรือจากประวัติการขึ้นเงินเดือนที่สะสม
- การวางแผนงบประมาณ — เมื่อเห็นภาพรวม range penetration ของทั้งองค์กรหรือแต่ละแผนก ฝ่ายบริหารคาดการณ์ต้นทุนค่าตอบแทนในปีถัดไปได้แม่นขึ้น
ระดับ range penetration ที่เหมาะสม
ไม่มีค่า range penetration สากลที่บอกว่าต้องอยู่ที่เปอร์เซ็นต์ใดพอดี เพราะขึ้นกับนโยบายและบริบทขององค์กร อย่างไรก็ตาม หลักการทั่วไปที่ใช้เป็นแนวคิดได้มีดังนี้
พนักงานที่เพิ่งเข้ามาในระดับงานและยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ มักมี range penetration ต่ำ พนักงานที่ทำงานในระดับนั้นมานานและผลงานสม่ำเสมอ มักมี range penetration สูงขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าใกล้กลางหรือบนของช่วง ส่วนพนักงานที่ penetration สูงมากและใกล้ Max โดยที่ยังไม่มีแผนเลื่อนระดับ อาจต้องพิจารณาว่าจะบริหารค่าตอบแทนต่อไปอย่างไร
สรุป
range penetration เป็นตัวเลขง่าย ๆ แต่ให้ข้อมูลที่ใช้ได้จริงเกี่ยวกับตำแหน่งของพนักงานในช่วงเงินเดือน เมื่อนำมาใช้ควบคู่กับ compa-ratio และข้อมูลผลงาน จะช่วยให้การตัดสินใจเรื่องการขึ้นเงินเดือนมีเหตุผลรองรับและอธิบายได้
หากองค์กรของคุณต้องการวางระบบช่วงเงินเดือนและเครื่องมือวิเคราะห์ตำแหน่งพนักงานในช่วง การออกแบบโครงสร้างเงินเดือนจะช่วยวางพื้นฐานเหล่านี้ทั้งหมด ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย