ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

แหล่งข้อมูลสำรวจค่าจ้างในไทย มีอะไรบ้าง เลือกใช้อย่างไร

แหล่งข้อมูลสำรวจค่าจ้างในไทยแบ่งได้สามกลุ่มหลัก คือ ข้อมูลภาครัฐที่เปิดให้ใช้ฟรี (เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ และกระทรวงแรงงาน) ข้อมูลจากสมาคมวิชาชีพและกลุ่มอุตสาหกรรม และรายงานสำรวจค่าจ้างเชิงพาณิชย์จากบริษัทที่ปรึกษา แต่ละกลุ่มต่างกันที่ความละเอียด ความครอบคลุม และค่าใช้จ่าย

คำถามที่ HR หลายคนเจอไม่ใช่ “หาข้อมูลที่ไหน” แต่เป็น “ข้อมูลตัวไหนเชื่อถือได้และเอามาใช้กับองค์กรเราได้จริง” บทความนี้รวมแหล่งข้อมูลที่ใช้ได้จริงในบริบทไทย พร้อมข้อดีข้อจำกัดของแต่ละแบบ เพื่อให้เลือกได้ตรงกับงบและขนาดองค์กร

แหล่งข้อมูลสำรวจค่าจ้างในไทย มีกี่ประเภท

ก่อนเลือกใช้ ควรเข้าใจว่า “ข้อมูลสำรวจค่าจ้าง” หมายถึงข้อมูลที่รวบรวมค่าตอบแทนของตำแหน่งงานในตลาด แล้วนำมาจัดเรียงเป็นช่วง เช่น ค่ามัธยฐานหรือเปอร์เซ็นไทล์ เพื่อให้องค์กรเทียบว่าค่าจ้างของตนอยู่จุดไหนของตลาด ข้อมูลแต่ละกลุ่มมีจุดเด่นต่างกัน

1. ข้อมูลภาครัฐ (ฟรี ครอบคลุมกว้าง)

กลุ่มนี้เหมาะกับการดูภาพรวมและเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) — เผยแพร่ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร และค่าจ้างเฉลี่ยจำแนกตามอาชีพ อุตสาหกรรม ระดับการศึกษา และภูมิภาค
  • กระทรวงแรงงาน — ข้อมูลอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัด และมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ผูกกับอัตราค่าจ้างบางสาขา
  • ธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒน์ — ข้อมูลค่าจ้างเฉลี่ยและภาวะตลาดแรงงานเชิงมหภาค เหมาะกับการอ้างอิงแนวโน้มประจำปี

ข้อจำกัดคือ ข้อมูลกลุ่มนี้มักอยู่ในระดับอาชีพกว้าง ไม่ลงลึกถึงตำแหน่งเฉพาะหรือระดับความรับผิดชอบ จึงใช้กำหนดตัวเลขกระบอกเงินเดือนรายตำแหน่งได้ยาก

2. สมาคมวิชาชีพและกลุ่มอุตสาหกรรม

สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ และหอการค้าต่างประเทศบางแห่ง มักจัดทำรายงานสำรวจค่าจ้างในกลุ่มสมาชิก ข้อมูลกลุ่มนี้มีจุดเด่นคือเจาะอุตสาหกรรมหรือทำเลที่ใกล้เคียงกับองค์กรของคุณ และมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ารายงานเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะถ้าองค์กรเป็นสมาชิกและส่งข้อมูลเข้าร่วม

3. รายงานสำรวจเชิงพาณิชย์จากบริษัทที่ปรึกษา

บริษัทที่ปรึกษาด้านค่าตอบแทนหลายแห่งจัดทำฐานข้อมูลสำรวจค่าจ้างประจำปี จุดเด่นคือมีการจับคู่ตำแหน่ง (job matching) ด้วยการประเมินค่างาน (job evaluation) เช่น การให้คะแนนตามปัจจัย (point factor method) ทำให้เปรียบเทียบงานข้ามองค์กรได้แม่นกว่าการเทียบแค่ชื่อตำแหน่ง และให้ข้อมูลละเอียดถึงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25, 50, 75, 90

ข้อแลกเปลี่ยนคือมีค่าใช้จ่าย และส่วนใหญ่กำหนดให้องค์กรต้องส่งข้อมูลค่าจ้างของตนเข้าร่วมเพื่อแลกกับสิทธิ์ดูรายงาน

เลือกแหล่งข้อมูลสำรวจค่าจ้างอย่างไรให้เหมาะกับองค์กร

ไม่มีแหล่งข้อมูลใด “ดีที่สุด” สำหรับทุกองค์กร สิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักมีดังนี้

  1. ความตรงของกลุ่มเทียบ (peer group) — ข้อมูลที่ดีต้องมาจากองค์กรที่ใกล้เคียงกับคุณ ทั้งอุตสาหกรรม ขนาด และทำเล การเทียบกับตลาดที่ไม่ใช่คู่แข่งจริงอาจทำให้ตัวเลขเพี้ยน
  2. วิธีจับคู่ตำแหน่ง — ดูว่ารายงานเทียบงานด้วยค่างานหรือเทียบแค่ชื่อตำแหน่ง เพราะ “ค่างาน” กับ “ค่าคน” เป็นคนละเรื่อง ชื่อตำแหน่งเดียวกันในสองบริษัทอาจมีขอบเขตงานต่างกันมาก
  3. ความใหม่ของข้อมูล — ตรวจวันที่เก็บข้อมูล ข้อมูลที่เก่ากว่าหนึ่งรอบปรับเงินเดือนอาจคลาดเคลื่อนจากตลาดปัจจุบัน
  4. ความโปร่งใสของระเบียบวิธี — รายงานที่ดีควรบอกจำนวนองค์กรที่ร่วม จำนวนตัวอย่างต่อตำแหน่ง และนิยามของแต่ละเปอร์เซ็นไทล์
  5. งบประมาณกับความถี่ที่ต้องใช้ — ถ้าต้องอ้างอิงทุกปี การลงทุนกับแหล่งข้อมูลที่ต่อเนื่องอาจคุ้มกว่าการซื้อครั้งเดียว

สมมติว่าองค์กรขนาดกลางแห่งหนึ่งต้องการตั้งกระบอกเงินเดือนสายงานวิศวกรรม การเริ่มจากข้อมูลภาครัฐเพื่อดูฐานค่าแรงในภูมิภาค แล้วเสริมด้วยรายงานของสมาคมอุตสาหกรรมที่เจาะกลุ่มเดียวกัน อาจให้ภาพที่ใช้ตัดสินใจได้ดีกว่าการพึ่งข้อมูลแหล่งเดียว

ใช้ข้อมูลสำรวจอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด

ข้อมูลสำรวจค่าจ้างเป็น “เข็มทิศ” ไม่ใช่ “คำตอบสำเร็จรูป” ข้อควรระวังที่พบบ่อย

  • อย่าตีความค่ามัธยฐานของตลาดว่าเป็นเป้าที่ทุกตำแหน่งต้องไปให้ถึง องค์กรอาจเลือกวางตำแหน่ง (pay positioning) ที่เปอร์เซ็นไทล์ต่างกันตามกลยุทธ์
  • ระวังการเทียบตัวเลขข้ามแหล่งที่ใช้ระเบียบวิธีต่างกัน เพราะคำว่า “ค่าจ้างเฉลี่ย” ของแต่ละรายงานอาจรวมหรือไม่รวมโบนัสและสวัสดิการต่างกัน
  • ตัวอย่างสมมติ ถ้ารายงาน A นับเฉพาะเงินเดือนพื้นฐาน แต่รายงาน B นับค่าตอบแทนรวม (total compensation) การนำสองตัวเลขมาเทียบตรง ๆ จะทำให้ภาพคลาดเคลื่อน

การมีข้อมูลตลาดที่ดีเป็นเพียงครึ่งแรก อีกครึ่งคือการแปลงข้อมูลนั้นเป็นกระบอกเงินเดือนที่สอดคล้องกับค่างานภายในองค์กร ซึ่งเริ่มได้จากการวางโครงสร้างเงินเดือนที่ชัดเจน หากต้องการกรอบที่เชื่อมข้อมูลตลาดเข้ากับค่างานอย่างเป็นระบบ บริการออกแบบโครงสร้างเงินเดือนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มาช่วยเสริมทีม HR ให้ทำงานเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น โดยไม่ได้มาแทนการตัดสินใจของทีม

คำถามที่อยากชวนคิดต่อคือ องค์กรของคุณกำลังตัดสินใจเรื่องค่าจ้างจากข้อมูลที่ตรงกับตลาดจริง หรือจากความรู้สึกและการเทียบกับสิ่งที่เคยทำมา

คำถามที่พบบ่อย

แหล่งข้อมูลสำรวจค่าจ้างในไทยมีของฟรีหรือไม่

มี ข้อมูลจากภาครัฐอย่างสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงแรงงานเปิดให้ใช้ฟรี เหมาะกับการดูภาพรวมค่าแรงรายอุตสาหกรรมและรายภูมิภาค แต่ความละเอียดระดับตำแหน่งจะน้อยกว่าข้อมูลเชิงพาณิชย์

ข้อมูลสำรวจค่าจ้างของรัฐกับของบริษัทที่ปรึกษาต่างกันอย่างไร

ข้อมูลของรัฐครอบคลุมกว้างและฟรี แต่จับภาพระดับตำแหน่งหรืออุตสาหกรรมเฉพาะได้ไม่ลึก ส่วนข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษามักจับคู่ตำแหน่งด้วยค่างาน ละเอียดถึงเปอร์เซ็นไทล์ แต่มีค่าใช้จ่ายและต้องส่งข้อมูลขององค์กรเข้าร่วม

องค์กรขนาดเล็กที่ไม่มีงบซื้อรายงานสำรวจ ทำอย่างไรได้บ้าง

เริ่มจากข้อมูลภาครัฐที่เปิดฟรี ใช้ประกาศรับสมัครงานในตลาดเป็นข้อมูลประกอบ และเข้าร่วมสำรวจของสมาคมวิชาชีพที่มักให้ส่วนลดแก่สมาชิกที่ส่งข้อมูล

ควรอัปเดตข้อมูลสำรวจค่าจ้างบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปทบทวนปีละครั้งให้สอดคล้องกับรอบปรับเงินเดือน เพราะตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อเปลี่ยนทุกปี การใช้ข้อมูลเก่าหลายปีอาจทำให้กระบอกเงินเดือนคลาดเคลื่อนจากตลาด


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี