Individual Development Plan IDP คืออะไร และทำให้ใช้งานได้จริง
หลายองค์กรมีแบบฟอร์ม IDP อยู่แล้ว แต่เมื่อถามพนักงานว่าปีนี้มีแผนพัฒนาตัวเองไหม คำตอบที่ได้บ่อยคือ “มี แต่ไม่ค่อยได้ทำตาม” ความต่างระหว่าง IDP ที่ใช้งานได้กับ IDP ที่เป็นแค่กระดาษอยู่ที่วิธีออกแบบและวิธีติดตาม ไม่ใช่แค่ว่ามีหรือไม่มี
บทความนี้อธิบายว่า Individual Development Plan คืออะไร มีประโยชน์อะไรจริง ๆ และทำอย่างไรให้ใช้งานได้มากกว่าเป็นเอกสารประจำปี
IDP คืออะไร
Individual Development Plan หรือ IDP คือแผนพัฒนาระดับบุคคลที่ระบุว่าพนักงานคนหนึ่งต้องการพัฒนาทักษะหรือสมรรถนะใด เพื่อจุดมุ่งหมายอะไร และจะทำผ่านวิธีใดในกรอบเวลาที่กำหนด
IDP ต่างจากการฝึกอบรมทั่วไปตรงที่เป็นแผนเฉพาะบุคคล ไม่ใช่หลักสูตรที่ส่งทุกคนเข้าเหมือนกัน และเชื่อมกับทั้งเป้าหมายพนักงานและทิศทางที่องค์กรต้องการ
ทำไม IDP ถึงมีประโยชน์
ประโยชน์ของ IDP มีทั้งต่อพนักงานและต่อองค์กร
สำหรับพนักงาน IDP ช่วยให้การพัฒนาตัวเองมีทิศทางชัดเจน ไม่ใช่แค่ “อยากเรียนรู้เพิ่มเติม” แต่รู้ว่าเรียนอะไร เพื่ออะไร และวัดความก้าวหน้าได้อย่างไร
สำหรับองค์กร IDP ช่วยให้การพัฒนาพนักงานเป็นไปในทิศทางที่ตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการในอนาคต ลดการพัฒนาที่ไม่เชื่อมกับเป้าหมาย และทำให้การสนทนาเรื่องอาชีพระหว่างหัวหน้ากับพนักงานมีเนื้อหาที่จับต้องได้
ส่วนประกอบของ IDP ที่ใช้งานได้จริง
IDP ที่ใช้งานได้จริงไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องมีส่วนประกอบหลักครบ
จุดมุ่งหมายในการพัฒนา — ระบุว่าพัฒนาเพื่ออะไร เช่น เตรียมพร้อมสำหรับบทบาทที่สูงขึ้น เสริมทักษะที่ขาดในการทำงานปัจจุบัน หรือขยายความสามารถในด้านที่ต้องการ
ทักษะหรือสมรรถนะที่ต้องพัฒนา — ระบุให้ชัดว่าพัฒนาด้านใด ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง เช่น “การสื่อสาร” แต่ควรระบุว่าสื่อสารในบริบทไหน และขาดส่วนใดอยู่
วิธีการพัฒนา — ระบุว่าจะพัฒนาผ่านอะไร ตัวอย่างเชิงหลักการ เช่น การฝึกอบรม การรับ assignment ใหม่ การ shadow หัวหน้า หรือการอ่านและศึกษาด้วยตัวเอง งานวิจัยด้านการเรียนรู้ผู้ใหญ่มักอ้างถึงสัดส่วนประมาณ 70-20-10 คือ 70% จากประสบการณ์จริง 20% จากการเรียนรู้กับผู้อื่น และ 10% จากการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ แม้สัดส่วนที่เหมาะสมจะขึ้นกับบริบทแต่ละคน แต่หลักการที่ว่าประสบการณ์จริงมีน้ำหนักมากที่สุดใช้ได้กว้างขวาง
กรอบเวลาและจุดตรวจ — กำหนดว่าจะตรวจความก้าวหน้าเมื่อไหร่ และจะรู้ได้อย่างไรว่าบรรลุเป้าหมายในแต่ละขั้น
บทบาทของหัวหน้างานใน IDP
IDP ที่ใช้ได้จริงต้องการหัวหน้างานที่มีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่ลงชื่อในฟอร์ม
บทบาทของหัวหน้างานที่สำคัญคือ ช่วยระบุว่าพนักงานต้องพัฒนาด้านใดเพื่อทำงานในบทบาทปัจจุบันและอนาคตได้ดีขึ้น สร้างโอกาสให้พนักงานได้ฝึกจริงในงาน ไม่ใช่แค่ส่งไปอบรม และติดตามความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอตามที่กำหนด
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการที่ IDP ไม่ได้ผลคือหัวหน้างานมองว่า IDP เป็นงานของ HR ไม่ใช่ของตัวเอง ทำให้กระบวนการจบที่การกรอกฟอร์มโดยไม่มีการติดตาม
IDP เชื่อมกับ KPI และการเลื่อนตำแหน่งอย่างไร
IDP ไม่ได้ดำเนินอิสระจากระบบอื่นในองค์กร แต่ควรเชื่อมกับสองสิ่งนี้
กับ KPI — ถ้าพนักงานทำ KPI บางตัวไม่ได้ เพราะขาดทักษะหรือความรู้บางอย่าง IDP ควรมีแผนพัฒนาที่ตรงกับช่องว่างนั้น ไม่ใช่แผนที่ไม่เกี่ยวกับงานจริง
กับการเลื่อนตำแหน่ง — ถ้าองค์กรมีเกณฑ์สมรรถนะสำหรับแต่ละระดับ IDP ควรช่วยให้พนักงานพัฒนาไปในทิศทางที่ตรงกับเกณฑ์นั้น เพื่อให้เมื่อถึงเวลาพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง มีหลักฐานการพัฒนาที่ชัดเจน
เมื่อระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) รวมทั้ง KPI และการประเมินสมรรถนะไว้ด้วยกัน IDP สามารถเชื่อมกับทั้งสองส่วนได้โดยตรง ทำให้การพัฒนาพนักงานมีทิศทางที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายทั้งของบุคคลและองค์กร
อ่านเพิ่มเรื่อง KPI กับ OKR ที่ใช้ในการกำหนดทิศทางพัฒนาได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันยังไง
สรุป
IDP ที่ใช้งานได้จริงต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ทักษะที่ต้องพัฒนาที่ระบุได้ วิธีการที่เป็นรูปธรรม กรอบเวลาที่ตรวจได้ และหัวหน้างานที่มีส่วนร่วมในกระบวนการจริง การมีฟอร์มที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ทำให้ IDP ใช้งานได้คือการออกแบบกระบวนการให้รองรับการติดตามและการสนทนาที่ต่อเนื่อง
หากองค์กรของคุณต้องการออกแบบกระบวนการ IDP ที่เชื่อมกับระบบประเมินผลและเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่ง ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย