KPI ฝ่ายธุรการและงานสนับสนุน วัดอะไรได้บ้างในงานที่มองไม่เห็น
งานธุรการและงานสนับสนุนเป็นงานที่มักถูกมองข้ามเมื่อทำได้ดี แต่ทุกฝ่ายจะสังเกตเห็นทันทีเมื่อล่าช้าหรือผิดพลาด การตั้ง KPI สำหรับฝ่ายนี้จึงต้องพิจารณาว่างานสนับสนุนสร้างคุณค่าให้องค์กรอย่างไร และวัดคุณค่านั้นได้ด้วยอะไร
บทความนี้รวบรวมตัวอย่าง KPI ฝ่ายธุรการและงานสนับสนุน พร้อมอธิบายว่าแต่ละตัวเชื่อมกับเป้าหมายใดและควรปรับให้เหมาะกับบริบทองค์กรอย่างไร
ลักษณะงานธุรการที่ส่งผลต่อการออกแบบ KPI
งานธุรการและงานสนับสนุนในองค์กรมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานเอกสารและบันทึกข้อมูล การจัดการสถานที่และอุปกรณ์ การสนับสนุนการจัดประชุมและเดินทาง ไปจนถึงการบริหารสัญญาและข้อมูล KPI ที่เหมาะสมจึงขึ้นกับว่าฝ่ายธุรการในองค์กรนั้นรับผิดชอบงานใดเป็นหลัก
หลักการร่วมที่ใช้ได้กับงานสนับสนุนโดยทั่วไปมีสามมิติ ได้แก่ ความถูกต้อง ความทันเวลา และความพึงพอใจของฝ่ายที่ได้รับบริการ
ตัวอย่าง KPI ฝ่ายธุรการและงานสนับสนุน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นหลักการเชิงภาพ ค่าเป้าหมายต้องกำหนดให้เหมาะกับขนาดองค์กรและขอบเขตงานที่รับผิดชอบจริง
-
ความถูกต้องของเอกสารและข้อมูล (Document / Data Accuracy Rate) — วัดสัดส่วนของเอกสารหรือข้อมูลที่จัดทำออกมาโดยไม่มีข้อผิดพลาด เชื่อมกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลในองค์กร ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของฝ่ายต่าง ๆ ตัวชี้วัดนี้ควรนิยาม “ผิดพลาด” ให้ชัดเจน เช่น ข้อมูลไม่ตรงกัน ตัวเลขผิด หรือเอกสารไม่ครบถ้วน
-
อัตราการดำเนินงานตามกำหนดเวลา (On-Time Completion Rate) — วัดสัดส่วนของงานที่แล้วเสร็จภายในกำหนดที่ฝ่ายที่ขอรับบริการตกลงไว้ เชื่อมกับความสามารถของทีมในการจัดลำดับความสำคัญและบริหารเวลา ควรกำหนดนิยาม “กำหนดเวลา” ที่ชัดเจนในแต่ละประเภทงาน
-
ความพึงพอใจของฝ่ายที่รับบริการ (Internal Customer Satisfaction) — วัดความพึงพอใจของฝ่ายอื่น ๆ ในองค์กรต่อการสนับสนุนที่ได้รับ เชื่อมกับคุณภาพการให้บริการและทักษะการสื่อสาร ตัวชี้วัดนี้สำคัญมากสำหรับงานสนับสนุน เพราะจับมิติที่ข้อมูลเชิงปริมาณวัดไม่ได้
-
อัตราการปฏิบัติตามนโยบายและขั้นตอน (Procedure Compliance Rate) — วัดสัดส่วนของงานที่ดำเนินการตามขั้นตอนและนโยบายที่กำหนด เชื่อมกับความมีระเบียบและความโปร่งใสในกระบวนการทำงาน ตัวชี้วัดนี้สะท้อนว่าทีมทำงานบนพื้นฐานที่เป็นมาตรฐานและตรวจสอบได้
-
ต้นทุนด้านธุรการต่อหัวพนักงาน (Admin Cost per Employee) — วัดต้นทุนรวมของงานธุรการและสนับสนุนเฉลี่ยต่อจำนวนพนักงานทั้งองค์กร เชื่อมกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตัวเลขนี้มีประโยชน์เมื่อดูเป็นแนวโน้มเปรียบเทียบรอบต่อรอบหรือเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขสัมบูรณ์
-
อัตราการจัดการทรัพยากรและสินทรัพย์ถูกต้อง (Asset / Resource Management Accuracy) — วัดความถูกต้องของข้อมูลทรัพยากรและสินทรัพย์ขององค์กร เช่น อุปกรณ์ สถานที่ หรือสต็อกของใช้สำนักงาน เชื่อมกับการบริหารต้นทุนทรัพย์สินและการป้องกันการสูญหาย
-
ระยะเวลาตอบสนองต่อคำขอจากฝ่ายอื่น (Internal Request Response Time) — วัดเวลาเฉลี่ยตั้งแต่รับคำขอจากฝ่ายอื่นจนถึงการตอบสนองหรือดำเนินการเบื้องต้น เชื่อมกับความสามารถในการสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรโดยรวม ควรกำหนดมาตรฐานเวลาตอบสนองสำหรับประเภทคำขอที่แตกต่างกัน
หลักการนำ KPI ไปใช้กับงานสนับสนุน
งานสนับสนุนมีลักษณะที่บางส่วนวัดได้ยากกว่างานที่มีผลลัพธ์เชิงตัวเลขชัดเจน ดังนั้นการออกแบบ KPI สำหรับฝ่ายธุรการควรเริ่มจากการระบุว่าคุณค่าหลักของงานนี้คืออะไรสำหรับองค์กร จากนั้นจึงเลือกตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณค่านั้นได้ดีที่สุด
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการให้พนักงานในทีมมีส่วนร่วมในการกำหนด KPI เพราะพวกเขามักรู้ดีกว่าว่างานส่วนใดมีผลกระทบต่อองค์กรมากที่สุดและควรวัดอย่างไร อ่านเพิ่มเติมเรื่องกรอบการตั้งตัวชี้วัดและเป้าหมายได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับองค์กรคุณ
สรุป
KPI ฝ่ายธุรการและงานสนับสนุนที่ดีไม่ได้วัดแค่ปริมาณงานที่ทำ แต่วัดคุณภาพ ความตรงเวลา และผลกระทบต่อฝ่ายที่รับบริการ การมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนช่วยให้งานสนับสนุนมองเห็นได้และวัดคุณค่าได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการบริหารผลงานที่เป็นธรรม
หากองค์กรของคุณกำลังวางระบบ KPI สำหรับทุกฝ่ายรวมถึงฝ่ายสนับสนุน และต้องการกรอบที่เชื่อมกับกลยุทธ์องค์กร ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย