ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

องค์กรแบบ matrix คืออะไร และเหมาะกับใคร

องค์กรแบบ matrix คือโครงสร้างที่พนักงานหนึ่งคนรายงานต่อผู้บังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายพร้อมกัน โดยทั่วไปคือสายงานตามหน้าที่และสายงานตามโครงการหรือผลิตภัณฑ์ จุดประสงค์คือเพื่อใช้ทรัพยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมกันข้ามโครงการได้ พร้อมรักษาความลึกของความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงาน แต่ก็แลกมาด้วยความซับซ้อนของสายบังคับบัญชาที่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง

บทความนี้จะพาไปดูนิยาม โครงสร้างสายบังคับบัญชาสองทาง ประเภทของ matrix ข้อดีข้อเสีย องค์กรแบบใดที่เหมาะ และแนวทางเขียน JD ให้บทบาทชัดเจนเมื่อพนักงานต้องทำงานภายใต้นายสองสายพร้อมกัน


องค์กรแบบ matrix คืออะไร และต่างจากโครงสร้างแบบเดิมอย่างไร

โครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นแบบ functional คือแบ่งพนักงานตามแผนกหน้าที่ เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายการเงิน ฝ่ายผลิต ฝ่ายบุคคล โดยพนักงานแต่ละคนรายงานต่อหัวหน้าแผนกของตนเพียงสายเดียว สายบังคับบัญชาจึงเป็นเส้นตรงจากบนลงล่าง เข้าใจง่ายและไม่สับสน

องค์กรแบบ matrix เพิ่มอีกหนึ่งแกนเข้ามาทับโครงสร้างเดิม โดยทั่วไปคือแกนของโครงการหรือผลิตภัณฑ์ ผลที่ตามมาคือพนักงานหนึ่งคนจะมีสองสายบังคับบัญชาพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น วิศวกรคนหนึ่งอาจรายงานต่อหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม (สายงานตามหน้าที่) เพื่อรับมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาทักษะ และในเวลาเดียวกันก็รายงานต่อผู้จัดการโครงการ A (สายงานตามโครงการ) เพื่อรับมอบหมายงานและกำหนดส่งมอบในโครงการนั้น

ความต่างที่ชัดที่สุดจึงอยู่ที่จำนวนสายรายงาน องค์กรแบบ functional มีสายเดียว องค์กรแบบ matrix มีสองสายขึ้นไป การออกแบบนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ทำงานเป็นโครงการหลายโครงการพร้อมกันและต้องการดึงผู้เชี่ยวชาญสายเดียวกันมาช่วยหลายโครงการโดยไม่ต้องจ้างซ้ำซ้อน


องค์กรแบบ matrix มีกี่ประเภท

ในทางปฏิบัติ โครงสร้าง matrix ไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่แบ่งตามดุลอำนาจระหว่างหัวหน้าสายงานตามหน้าที่กับผู้จัดการโครงการได้เป็นสามแบบหลัก

Weak matrix (เน้นสายงานตามหน้าที่) ผู้จัดการโครงการมีอำนาจน้อยกว่าหัวหน้าสายงาน บทบาทของผู้จัดการโครงการมักใกล้เคียงผู้ประสานงาน ส่วนการตัดสินใจเรื่องคนและทรัพยากรยังอยู่ที่หัวหน้าแผนก เหมาะกับองค์กรที่งานประจำตามหน้าที่ยังสำคัญกว่างานโครงการ

Balanced matrix (สมดุล) อำนาจของสองสายใกล้เคียงกัน หัวหน้าสายงานดูแลมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาคน ส่วนผู้จัดการโครงการดูแลเป้าหมายและกำหนดส่งมอบของโครงการ แบบนี้ให้ประโยชน์เต็มที่ของ matrix แต่ก็ต้องการการประสานงานและกติกาที่ชัดเจนที่สุด

Strong matrix (เน้นโครงการ) ผู้จัดการโครงการมีอำนาจมากกว่า รวมถึงอำนาจในการบริหารทรัพยากรและงบประมาณของโครงการ หัวหน้าสายงานทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาชีพเป็นหลัก เหมาะกับองค์กรที่ความสำเร็จขึ้นกับงานโครงการเป็นสำคัญ เช่น งานรับเหมาก่อสร้างหรือบริษัทที่ปรึกษา

การเลือกแบบใดไม่มีคำตอบตายตัว ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ ลักษณะธุรกิจ สัดส่วนระหว่างงานประจำกับงานโครงการ และวุฒิภาวะของระบบบริหารผลงานในองค์กร


ข้อดีและข้อเสียขององค์กรแบบ matrix มีอะไรบ้าง

โครงสร้าง matrix มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่ควรชั่งน้ำหนักก่อนนำมาใช้

ข้อดีที่มักถูกกล่าวถึง

  • ใช้ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันได้หลายโครงการ ลดการจ้างซ้ำซ้อนและช่องว่างของทักษะ
  • รักษาความลึกของความเชี่ยวชาญในสายงานไว้ ขณะที่ยังตอบสนองงานโครงการได้คล่องตัว
  • ช่วยให้ข้อมูลและความรู้ไหลข้ามแผนกได้ดีขึ้น เพราะคนต้องทำงานข้ามสายเป็นปกติ
  • เปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะหลากหลายจากการทำหลายโครงการ

ข้อเสียที่ต้องระวัง

  • พนักงานมีนายสองคน อาจได้รับคำสั่งที่ขัดแย้งหรือถูกแย่งเวลาระหว่างสองสายงาน
  • ความรับผิดชอบในการประเมินผลงานอาจไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ตัดสินหลัก
  • ต้นทุนการประสานงานและการประชุมสูงขึ้น
  • หากกติกาไม่ชัด อาจเกิดการเมืองภายในระหว่างหัวหน้าสายงานกับผู้จัดการโครงการ

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ matrix ไม่ได้ผลตามที่คาดมักเป็นเรื่องความไม่ชัดเจนของบทบาทและกติกา ไม่ใช่ตัวโครงสร้างเอง องค์กรที่นำ matrix มาใช้ได้ดีจึงมักลงทุนกับการกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และกระบวนการตัดสินใจให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น


องค์กรแบบใดที่เหมาะกับโครงสร้าง matrix

โครงสร้าง matrix ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกองค์กร ลองนึกภาพองค์กรที่มีลักษณะต่อไปนี้ มักได้ประโยชน์จาก matrix มากกว่า

  • ทำงานเป็นโครงการหลายโครงการพร้อมกัน และแต่ละโครงการต้องการผู้เชี่ยวชาญหลายสาย
  • มีหลายผลิตภัณฑ์หรือหลายกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการดูแลเฉพาะ
  • ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรมีจำนวนจำกัด จึงต้องแบ่งปันข้ามงาน
  • สภาพแวดล้อมธุรกิจเปลี่ยนเร็ว ต้องจัดทีมข้ามสายงานบ่อย

ในทางกลับกัน องค์กรขนาดเล็กที่งานยังไม่ซับซ้อน หรือองค์กรที่งานส่วนใหญ่เป็นงานประจำซ้ำ ๆ มากกว่างานโครงการ อาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ matrix เพราะต้นทุนความซับซ้อนของสายบังคับบัญชาสองทางอาจไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้รับ

สมมติว่าองค์กรหนึ่งมีพนักงาน 30 คน ทำงานประจำตามแผนกชัดเจน การคงโครงสร้าง functional ที่เรียบง่ายไว้ก่อนแล้วใช้ทีมข้ามสายงานเฉพาะกิจเมื่อมีโครงการพิเศษ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการปรับเป็น matrix เต็มรูปแบบทันที


เขียน JD อย่างไรให้บทบาทชัดเจนในองค์กรแบบ matrix

ความท้าทายหลักของ matrix คือพนักงานมีสองสายบังคับบัญชา ทำให้ JD แบบเดิมที่ระบุนายเพียงคนเดียวไม่เพียงพอ การออกแบบ JD สำหรับองค์กร matrix จึงควรระบุให้ชัดในประเด็นต่อไปนี้

สายการรายงาน (reporting lines): ระบุให้ชัดว่าตำแหน่งนี้รายงานต่อใครในสายงานตามหน้าที่ และรายงานต่อใครในสายงานตามโครงการ พร้อมระบุว่าสายใดเป็นสายหลักในการประเมินผลงานประจำปี

ขอบเขตการตัดสินใจ: ระบุว่าเรื่องใดต้องขออนุมัติจากหัวหน้าสายงาน และเรื่องใดอยู่ภายใต้ผู้จัดการโครงการ เพื่อลดคำสั่งที่ขัดแย้งกัน

การจัดสรรเวลา: หากตำแหน่งต้องทำงานหลายโครงการ ควรมีแนวทางว่าการจัดลำดับความสำคัญและการแบ่งเวลาทำอย่างไรเมื่อสองสายงานต้องการพร้อมกัน

เครื่องมือที่ช่วยได้มากในบริบทนี้คือตาราง RACI (ระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้อนุมัติ ผู้ให้คำปรึกษา และผู้รับทราบในแต่ละงาน) ซึ่งช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพบทบาทตรงกันก่อนเริ่มงานจริง

สำหรับองค์กรที่กำลังปรับเข้าสู่โครงสร้าง matrix และต้องการ JD ที่ระบุสายบังคับบัญชาสองทางและขอบเขตการตัดสินใจได้ชัดเจน บริการ Smart JD ของ Triple I ช่วยออกแบบ JD ที่สะท้อนโครงสร้างองค์กรจริงและเชื่อมโยงกับระบบประเมินผลงานได้อย่างเป็นระบบ การวางบทบาทให้ชัดยังส่งผลต่อการตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เหมาะสม ซึ่งอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร


สรุป

องค์กรแบบ matrix คือโครงสร้างที่พนักงานรายงานต่อผู้บังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายพร้อมกัน เพื่อให้องค์กรใช้ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันข้ามโครงการได้ พร้อมรักษาความลึกของความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงาน โครงสร้างนี้แบ่งได้เป็น weak, balanced และ strong matrix ตามดุลอำนาจ และเหมาะกับองค์กรที่ทำงานเป็นโครงการหลายโครงการพร้อมกันมากกว่าองค์กรที่งานยังไม่ซับซ้อน จุดชี้ขาดความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงสร้าง แต่อยู่ที่ความชัดเจนของบทบาท สายการรายงาน และกติกาการตัดสินใจ

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาปรับเข้าสู่โครงสร้าง matrix และต้องการ JD ที่ระบุสายบังคับบัญชาและบทบาทให้ชัดเจน ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

องค์กรแบบ matrix คืออะไร

องค์กรแบบ matrix คือโครงสร้างที่พนักงานหนึ่งคนรายงานต่อผู้บังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายพร้อมกัน โดยทั่วไปคือสายงานตามหน้าที่ (functional) และสายงานตามโครงการหรือผลิตภัณฑ์ (project/product) จุดประสงค์คือให้องค์กรใช้ทรัพยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมกันข้ามโครงการได้ พร้อมรักษาความลึกของความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงานไว้

องค์กรแบบ matrix ต่างจากองค์กรแบบ functional อย่างไร

องค์กรแบบ functional แบ่งคนตามแผนกหน้าที่ เช่น การเงิน การตลาด ผลิต และพนักงานรายงานต่อหัวหน้าแผนกเพียงสายเดียว ส่วนองค์กรแบบ matrix เพิ่มอีกหนึ่งแกนคือผู้จัดการโครงการหรือผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ทำให้พนักงานมีสองสายบังคับบัญชา ความต่างหลักจึงอยู่ที่จำนวนสายรายงานและการแบ่งปันทรัพยากรข้ามโครงการ

องค์กรแบบ matrix มีกี่ประเภท

โดยทั่วไปแบ่งเป็นสามแบบตามดุลอำนาจ คือ weak matrix ที่ผู้จัดการโครงการมีอำนาจน้อยกว่าหัวหน้าสายงาน, balanced matrix ที่อำนาจสองสายใกล้เคียงกัน และ strong matrix ที่ผู้จัดการโครงการมีอำนาจมากกว่า การเลือกแบบใดขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจและระดับความสำคัญของงานโครงการเทียบกับงานประจำตามหน้าที่

องค์กรแบบ matrix เหมาะกับองค์กรขนาดไหน

โครงสร้าง matrix มักเหมาะกับองค์กรที่ทำงานเป็นโครงการหลายโครงการพร้อมกัน ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายสายร่วมกัน เช่น บริษัทที่ปรึกษา งานวิศวกรรม หรือธุรกิจที่มีหลายผลิตภัณฑ์ องค์กรขนาดเล็กที่ยังมีงานไม่ซับซ้อนอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะต้นทุนการประสานงานและความซับซ้อนของสายบังคับบัญชาอาจไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้

ปัญหาที่พบบ่อยในองค์กรแบบ matrix คืออะไร

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหามักมาจากความไม่ชัดเจนของบทบาทเมื่อพนักงานมีนายสองคน เช่น ได้รับคำสั่งที่ขัดแย้งกัน ไม่รู้ว่าใครประเมินผลงาน หรือถูกแย่งเวลาจากสองสายงาน การกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจนผ่าน JD และเครื่องมืออย่างตาราง RACI จึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดความขัดแย้งได้


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี