ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

quiet quitting ในที่ทำงานคืออะไร และเกิดจากอะไร

quiet quitting ในที่ทำงาน หมายถึงการที่พนักงานยังคงทำงานตามขอบเขตหน้าที่ที่ตกลงไว้ แต่หยุดทุ่มเทเกินกว่านั้น ไม่อาสารับงานเพิ่ม และลดความผูกพันทางใจกับเป้าหมายองค์กร พนักงานไม่ได้ลาออกจริง แต่ถอนตัวอย่างเงียบ ๆ ทำให้ผลิตภาพและความร่วมมือค่อย ๆ ลดลงโดยที่ตัวเลขการลาออกไม่เปลี่ยน

บทความนี้จะอธิบายว่า quiet quitting คืออะไร แตกต่างจากการลาออกจริงและการทำงานตามหน้าที่ปกติอย่างไร สัญญาณที่ HR สังเกตได้ ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง และแนวทางที่องค์กรไทยใช้รับมือผ่านการทำให้โครงสร้างค่าตอบแทนและระบบประเมินผลงานมีความเป็นธรรม


quiet quitting ในที่ทำงานคืออะไร

quiet quitting (การลาออกแบบเงียบ) คือพฤติกรรมที่พนักงานลดระดับความทุ่มเทลงเหลือเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ โดยไม่ได้ลาออกจากงานจริง พนักงานยังมาทำงาน ทำงานพื้นฐานให้เสร็จ แต่หยุดทำสิ่งที่อยู่นอกขอบเขตที่ตกลงไว้ เช่น ไม่อาสารับโครงการใหม่ ไม่ทำงานนอกเวลาโดยสมัครใจ และลดการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม

สิ่งสำคัญที่ต้องแยกแยะคือ quiet quitting ไม่เหมือนกับการ “ทำงานตามหน้าที่อย่างมีสุขภาพดี” ซึ่งหมายถึงการรักษาขอบเขตงานและสมดุลชีวิตอย่างเหมาะสม ความต่างอยู่ที่แรงจูงใจภายใน พนักงานที่ทำงานตามหน้าที่อย่างมีสุขภาพดียังรู้สึกผูกพันกับงาน ส่วนพนักงานที่อยู่ในภาวะ quiet quitting มักได้ถอนความผูกพันทางใจออกไปแล้ว เหลือเพียงการทำงานเพื่อรักษาตำแหน่งและรายได้

ลองนึกภาพพนักงานคนหนึ่งที่เคยอาสาช่วยงานข้ามทีมและเสนอไอเดียในที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ แต่ในช่วงหลังกลับทำเฉพาะงานที่ได้รับมอบหมาย ตอบอีเมลช้าลง และเงียบในที่ประชุม นี่อาจเป็นสัญญาณของการถอนตัวแบบเงียบ มากกว่าจะเป็นเพียงการเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว


quiet quitting ต่างจากการลาออกจริงอย่างไร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่การมองเห็น การลาออกจริงเป็นเหตุการณ์ที่ชัดเจน มีการยื่นใบลาออก มีวันสุดท้ายของการทำงาน และสะท้อนในอัตราการลาออก (turnover rate) ที่องค์กรติดตามได้

ในทางกลับกัน quiet quitting มองเห็นได้ยากกว่ามาก เพราะพนักงานยังอยู่ในตำแหน่ง ตัวเลขกำลังคนไม่เปลี่ยน และงานพื้นฐานยังเดินต่อไป สิ่งที่เปลี่ยนคือพลังงาน ความคิดริเริ่ม และความร่วมมือที่ค่อย ๆ ลดลงอย่างเงียบ ๆ ผลกระทบจึงสะสมทีละน้อยและมักถูกมองข้ามจนกระทั่งเริ่มเห็นผลต่อผลิตภาพของทีม

หนึ่งในความเสี่ยงคือ quiet quitting อาจเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนการลาออกจริง พนักงานที่ถอนความผูกพันทางใจไปแล้วบางส่วนมีแนวโน้มมองหาโอกาสภายนอกมากขึ้น การที่องค์กรเข้าใจสัญญาณตั้งแต่ระยะนี้จึงเปิดโอกาสให้ปรับปัจจัยเชิงระบบก่อนที่จะสูญเสียพนักงานไปจริง


สัญญาณของ quiet quitting ที่ HR สังเกตได้มีอะไรบ้าง

แม้จะมองเห็นยาก แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ HR และหัวหน้างานสามารถสังเกตได้ในภาพรวม โดยควรพิจารณาหลายสัญญาณประกอบกันมากกว่าจะตัดสินจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ประการแรก การลดลงของการมีส่วนร่วมเชิงรุก เช่น การหยุดเสนอไอเดีย การไม่อาสารับงานนอกขอบเขต และการลดการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน

ประการที่สอง การทำงานในระดับ “พอผ่าน” อย่างต่อเนื่อง คืองานยังเสร็จตามกำหนดแต่ขาดความใส่ใจในรายละเอียดหรือคุณภาพที่เคยมี

ประการที่สาม การถอนตัวจากกิจกรรมของทีมและองค์กร เช่น การเลี่ยงการประชุมที่ไม่บังคับ หรือการไม่เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาบุคลากร

ประการที่สี่ ผลสำรวจความผูกพันของพนักงานที่ลดลง องค์กรหลายแห่งใช้เครื่องมือวัดความผูกพัน เช่น แบบสำรวจ eNPS (ดัชนีวัดความเต็มใจแนะนำองค์กรของพนักงาน) เพื่อจับแนวโน้มในภาพรวมก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเกิด quiet quitting เสมอไป เพราะอาจมาจากปัจจัยส่วนตัวหรือภาระงานชั่วคราว HR จึงควรใช้สัญญาณเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุย ไม่ใช่ข้อสรุปสำเร็จรูป


อะไรเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิด quiet quitting

ไม่มีสาเหตุเดียวที่อธิบาย quiet quitting ได้ทั้งหมด ในทางปฏิบัติมักเป็นผลรวมของปัจจัยหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน

หนึ่งในปัจจัยที่ถูกพูดถึงบ่อยคือความรู้สึกว่าค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับภาระงานและความรับผิดชอบ เมื่อพนักงานรับรู้ว่าความทุ่มเทที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนในผลตอบแทนหรือโอกาสเติบโต แรงจูงใจในการทำงานเกินขอบเขตมักลดลง

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องอีกประการคือระบบประเมินผลงานที่ไม่โปร่งใส หากพนักงานไม่เข้าใจว่าผลงานถูกวัดด้วยเกณฑ์อะไร หรือรู้สึกว่าการประเมินขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์มากกว่าผลงานจริง ความเชื่อมั่นในระบบจะลดลง

ปัจจัยอื่น ๆ ที่มักถูกกล่าวถึงรวมถึงภาระงานเกินกำลังที่สะสมต่อเนื่อง ความไม่ชัดเจนของขอบเขตงาน เส้นทางความก้าวหน้าที่มองไม่เห็น และคุณภาพความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน องค์กรที่ต้องการเข้าใจปัจจัยเหล่านี้อย่างเป็นระบบมักเริ่มจากการตรวจสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคนของตนเองมีความเป็นธรรมและชัดเจนเพียงใด


องค์กรรับมือ quiet quitting ผ่านความเป็นธรรมของค่าตอบแทนได้อย่างไร

เนื่องจากความรู้สึกว่าค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มักเกี่ยวข้อง การทำให้โครงสร้างค่าตอบแทนโปร่งใสและอธิบายได้จึงเป็นจุดตั้งต้นที่จับต้องได้สำหรับ HR

องค์กรที่มีโครงสร้างเงินเดือนชัดเจนสามารถอธิบายให้พนักงานเข้าใจได้ว่าตำแหน่งแต่ละระดับมีกรอบเงินเดือน (pay band) อย่างไร ตำแหน่งของพนักงานอยู่จุดใดในกรอบ และต้องพัฒนาอะไรเพื่อขยับขึ้น เมื่อกติกาเหล่านี้โปร่งใส พนักงานมีแนวโน้มมองว่าความทุ่มเทเชื่อมโยงกับผลตอบแทนอย่างมีเหตุผล มากกว่าจะรู้สึกว่าผลตอบแทนขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

ในทางตรงกันข้าม องค์กรที่ไม่มีโครงสร้างค่าตอบแทนชัดเจนมักเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่อธิบายไม่ได้ เช่น พนักงานที่ทำงานหนักกว่ากลับได้รับน้อยกว่า หรือคนเข้าใหม่ได้เงินเดือนใกล้เคียงกับคนเก่าที่อยู่มานาน สถานการณ์เหล่านี้บั่นทอนแรงจูงใจและอาจผลักดันให้เกิดการถอนตัวแบบเงียบ

การออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารความเป็นธรรมขององค์กร บริการ ออกแบบโครงสร้างเงินเดือน ของ Triple I ช่วยให้องค์กรวางกรอบเงินเดือนที่อ้างอิงค่างานและตลาด พร้อมอธิบายต่อพนักงานได้อย่างมีหลักการ บทความ Salary Structure 101 อธิบายองค์ประกอบพื้นฐานของโครงสร้างเงินเดือนเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เริ่มต้น


ระบบประเมินผลงานช่วยลด quiet quitting ได้อย่างไร

นอกจากค่าตอบแทน ความโปร่งใสของการประเมินผลงานก็เป็นปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องโดยตรง พนักงานที่เข้าใจว่าผลงานของตนถูกวัดด้วยเกณฑ์ใดและรับรู้ว่าการประเมินยุติธรรม มักรู้สึกว่าความทุ่มเทมีความหมาย

ระบบประเมินผลงานที่ออกแบบดีควรเชื่อมโยงเป้าหมายของพนักงานกับเป้าหมายขององค์กรอย่างชัดเจน ใช้ตัวชี้วัดที่ตกลงร่วมกันล่วงหน้า เช่น KPI (ตัวชี้วัดผลงานหลัก) และเปิดให้มีการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงปีละครั้ง การให้ข้อมูลป้อนกลับที่ต่อเนื่องช่วยให้พนักงานเห็นว่าผลงานได้รับการรับรู้ ก่อนที่ความรู้สึกว่าถูกมองข้ามจะสะสมจนนำไปสู่การถอนตัว

องค์กรที่ต้องการวางระบบประเมินผลงานอย่างเป็นระบบสามารถดูแนวทางจากบทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกเครื่องมือวัดผลที่เหมาะกับลักษณะองค์กร เมื่อค่าตอบแทนและการประเมินผลงานทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรม พนักงานมีแนวโน้มรับรู้ว่ากติกาขององค์กรชัดเจนและน่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยลดแรงจูงใจในการถอนตัวแบบเงียบ


สรุป: เข้าใจ quiet quitting เพื่อรับมืออย่างเป็นระบบ

quiet quitting ในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องของพนักงานที่ “ขี้เกียจ” หรือองค์กรที่ “ใจร้าย” แต่เป็นสัญญาณของช่องว่างระหว่างสิ่งที่พนักงานได้รับกับสิ่งที่องค์กรคาดหวัง การมองในเชิงระบบจึงให้ผลดีกว่าการตำหนิตัวบุคคล โดยเริ่มจากการตรวจสอบว่าโครงสร้างค่าตอบแทน เกณฑ์การประเมินผลงาน และความชัดเจนของขอบเขตงานมีความเป็นธรรมเพียงใด

เมื่อกติกาพื้นฐานเหล่านี้โปร่งใสและอธิบายได้ พนักงานมีแนวโน้มมองว่าความทุ่มเทเชื่อมโยงกับผลตอบแทนและการรับรู้อย่างมีเหตุผล ซึ่งช่วยลดแรงจูงใจในการถอนตัวอย่างเงียบ ๆ

หากองค์กรต้องการเริ่มจากการวางโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและอธิบายต่อพนักงานได้ ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

quiet quitting ในที่ทำงานคืออะไร

quiet quitting หรือการลาออกแบบเงียบ ๆ คือพฤติกรรมที่พนักงานยังคงทำงานในขอบเขตหน้าที่ตามที่ตกลงไว้ แต่หยุดทุ่มเทเกินกว่านั้น ไม่อาสารับงานเพิ่ม ไม่ทำงานนอกเวลาโดยสมัครใจ และลดการมีส่วนร่วมกับเป้าหมายขององค์กร พนักงานไม่ได้ลาออกจริง แต่ถอนความผูกพันทางใจออกจากงาน จึงเรียกว่าการลาออกแบบเงียบ

quiet quitting ต่างจากการลาออกจริงอย่างไร

การลาออกจริงคือการสิ้นสุดสัญญาจ้างและออกจากองค์กรอย่างเป็นทางการ ส่วน quiet quitting พนักงานยังอยู่ในตำแหน่งและทำงานพื้นฐานต่อไป แต่ลดระดับความทุ่มเทลงเหลือเท่าที่จำเป็น ความท้าทายคือ quiet quitting มองเห็นได้ยากกว่า เพราะตัวเลขการลาออกไม่เปลี่ยน แต่ผลิตภาพและความร่วมมือในทีมค่อย ๆ ลดลง

อะไรเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิด quiet quitting

ไม่มีสาเหตุเดียวที่อธิบายได้ทั้งหมด ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องได้แก่ ความรู้สึกว่าค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับภาระงาน การประเมินผลงานที่ไม่โปร่งใส โอกาสเติบโตที่ไม่ชัดเจน ภาระงานเกินกำลังต่อเนื่อง และความสัมพันธ์กับหัวหน้างาน ปัจจัยเหล่านี้มักทำงานร่วมกันมากกว่าจะมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

HR ควรเริ่มรับมือ quiet quitting จากตรงไหน

จุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงคือการตรวจสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคนมีความเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งโครงสร้างค่าตอบแทน เกณฑ์การประเมินผลงาน และความชัดเจนของขอบเขตงาน เมื่อพนักงานเห็นว่ากติกาโปร่งใสและความทุ่มเทได้รับการรับรู้อย่างเป็นระบบ แรงจูงใจในการถอนตัวมักลดลง

quiet quitting เป็นความผิดของพนักงานหรือองค์กร

การมองว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมักไม่ช่วยแก้ปัญหา quiet quitting สะท้อนช่องว่างระหว่างสิ่งที่พนักงานได้รับกับสิ่งที่องค์กรคาดหวัง การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงระบบ เช่น ความเป็นธรรมของค่าตอบแทนและความชัดเจนของการประเมิน จึงให้ผลดีกว่าการตำหนิตัวบุคคล


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี