ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ความปลอดภัยข้อมูล HR: วิธีปกป้องข้อมูลพนักงาน

ความปลอดภัยข้อมูล HR คือชุดมาตรการที่ปกป้องข้อมูลพนักงาน ตั้งแต่ประวัติส่วนตัว เงินเดือน ไปจนถึงผลการประเมิน ไม่ให้รั่วไหลหรือถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่มีสิทธิ์ วิธีเริ่มต้นที่ทำได้จริงคือจัดประเภทข้อมูล กำหนดสิทธิ์เข้าถึงตามหน้าที่ วางมาตรการป้องกัน และเตรียมแผนรับมือเหตุรั่วไหลให้สอดคล้องกับ PDPA

บทความนี้จะพาไปดูว่าข้อมูล HR ที่ต้องปกป้องมีอะไรบ้าง ทำไมจึงสำคัญต่อทั้งองค์กรและพนักงาน และมีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไรที่องค์กร SME ไทยนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องลงทุนระบบราคาสูงตั้งแต่วันแรก

ความปลอดภัยข้อมูล HR คืออะไร และครอบคลุมข้อมูลอะไรบ้าง

ความปลอดภัยข้อมูล HR หมายถึงการดูแลให้ข้อมูลพนักงานคงความลับ ความถูกต้อง และพร้อมใช้งานสำหรับคนที่มีสิทธิ์เท่านั้น แผนกบุคคลเป็นจุดที่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไว้มากที่สุดในองค์กร จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องวางการป้องกัน

ข้อมูลที่อยู่ในความดูแลของ HR แบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสามกลุ่ม

  • ข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ ตำแหน่ง หน่วยงาน ซึ่งความอ่อนไหวต่ำกว่ากลุ่มอื่น
  • ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรักษา เงินเดือน และผลการประเมินผลงาน

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอ่อนไหวต้องได้รับการดูแลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด องค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลมีหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม รายละเอียดข้อกำหนดและกรอบเวลาต่าง ๆ ควรตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ปรึกษากฎหมาย เพราะขึ้นกับลักษณะข้อมูลและบริบทองค์กร

ทำไมความปลอดภัยข้อมูล HR ถึงสำคัญต่อองค์กร

ผลกระทบเมื่อข้อมูล HR หลุดไปถึงคนผิดมีหลายมิติ และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องกฎหมาย

ปัจจัยแรกคือความไว้วางใจของพนักงาน เมื่อพนักงานมอบข้อมูลส่วนตัวให้องค์กร เขาคาดหวังว่าข้อมูลนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ หากเงินเดือนหรือผลประเมินรั่วไปถึงเพื่อนร่วมงาน อาจกลายเป็นความไม่พอใจและความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่ลุกลามได้

ปัจจัยที่สองคือความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียง การไม่ปฏิบัติตาม PDPA อาจนำไปสู่ความรับผิดตามกฎหมาย และเหตุข้อมูลรั่วไหลที่เป็นข่าวอาจกระทบภาพลักษณ์องค์กรในสายตาผู้สมัครงานและคู่ค้า

ปัจจัยที่สามคือความต่อเนื่องของการทำงาน ข้อมูล HR ที่ถูกแก้ไขผิดพลาดหรือสูญหาย เช่น ฐานข้อมูลเงินเดือนหรือประวัติการลา อาจทำให้รอบจ่ายเงินเดือนหรือการคำนวณสิทธิ์ผิดพลาด ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบพนักงานโดยตรง

ความเสี่ยงที่พบบ่อยกับข้อมูล HR มีอะไรบ้าง

ก่อนวางมาตรการ ควรเข้าใจว่าข้อมูล HR มักรั่วไหลหรือถูกละเมิดจากช่องทางใดบ้าง หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยไม่ใช่การถูกเจาะระบบจากภายนอกเสมอไป แต่เป็นความผิดพลาดภายในที่ป้องกันได้

  • การให้สิทธิ์เข้าถึงกว้างเกินจำเป็น เช่น พนักงาน HR ทุกคนเห็นเงินเดือนของทั้งบริษัท ทั้งที่ไม่ได้ใช้ในงานของตน
  • การส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัย เช่น ส่งไฟล์เงินเดือนทางแชตส่วนตัวหรืออีเมลที่ไม่ได้เข้ารหัส
  • เอกสารกระดาษที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหรือเครื่องพิมพ์ส่วนกลาง
  • การไม่ตัดสิทธิ์เข้าถึงเมื่อพนักงานลาออกหรือย้ายหน้าที่
  • การหลอกลวงทางอีเมล (Phishing) ที่หลอกให้พนักงานเปิดเผยรหัสผ่านหรือส่งข้อมูล

การมองเห็นความเสี่ยงเหล่านี้ช่วยให้จัดลำดับความสำคัญของมาตรการได้ตรงจุด แทนที่จะลงทุนเครื่องมือราคาสูงโดยที่ช่องโหว่จริงอยู่ที่กระบวนการทำงาน

มีขั้นตอนปกป้องข้อมูล HR อย่างไรบ้าง

การวางระบบความปลอดภัยข้อมูล HR ที่ทำได้จริงในองค์กร SME ประกอบด้วยห้าขั้นตอนหลัก

ขั้นที่ 1 — จัดประเภทข้อมูลพนักงานตามระดับความอ่อนไหว

เริ่มจากทำบัญชีรายการข้อมูลพนักงานทั้งหมดที่องค์กรเก็บ ทั้งในระบบดิจิทัลและเอกสารกระดาษ แล้วแบ่งเป็นกลุ่มตามความอ่อนไหวสามระดับตามที่กล่าวข้างต้น เพราะข้อมูลแต่ละกลุ่มต้องการระดับการป้องกันต่างกัน การปกป้องทุกอย่างเข้มเท่ากันมักไม่คุ้มค่าและทำให้การทำงานช้าลง

ขั้นที่ 2 — กำหนดสิทธิ์เข้าถึงตามหน้าที่

ใช้หลัก Least Privilege คือให้สิทธิ์เข้าถึงน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ตัวอย่างเช่น หัวหน้าสายงานควรเห็นผลประเมินเฉพาะลูกทีมของตน ไม่ใช่ทั้งบริษัท ทบทวนสิทธิ์ที่มีอยู่เดิมแล้วตัดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออก และระบุผู้รับผิดชอบข้อมูลแต่ละชุดให้ชัดเจน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเข้าถึงอะไร

ขั้นที่ 3 — วางมาตรการป้องกันทางเทคนิคและกายภาพ

สำหรับข้อมูลดิจิทัล ใช้รหัสผ่านที่รัดกุม การเข้ารหัสไฟล์สำคัญ การจำกัดสิทธิ์โฟลเดอร์ และการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเอกสารกระดาษ เก็บในตู้ล็อกและจำกัดผู้ถือกุญแจ องค์กรส่วนใหญ่มีข้อมูลทั้งสองรูปแบบ จึงควรวางมาตรการให้ครอบคลุมทั้งคู่ ไม่ใช่ดูแลแค่ฝั่งดิจิทัล

ขั้นที่ 4 — อบรมและสร้างความตระหนักให้พนักงาน

มาตรการทางเทคนิคจะไม่ได้ผลถ้าคนใช้งานไม่เข้าใจ จัดอบรมพนักงานและหัวหน้างานให้รู้ว่าข้อมูลใดเป็นความลับ ห้ามส่งต่อข้อมูลผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัย และต้องระวังการหลอกลวงทางอีเมล กำหนดแนวปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรให้รับทราบและลงนาม เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน

ขั้นที่ 5 — เตรียมแผนรับมือเหตุรั่วไหลและทบทวนเป็นระยะ

จัดทำขั้นตอนที่ชัดเจนว่าหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลต้องทำอะไร ใครรับผิดชอบ และต้องแจ้งใครบ้าง การมีแผนไว้ล่วงหน้าช่วยให้ตอบสนองได้เร็วและลดความเสียหาย พร้อมทบทวนนโยบายและสิทธิ์เข้าถึงอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรหรือระบบที่ใช้

ระบบประเมินผลงานช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูลได้อย่างไร

ผลการประเมินผลงานเป็นข้อมูลพนักงานที่อ่อนไหวมาก เพราะเชื่อมโยงกับค่าตอบแทน การเลื่อนตำแหน่ง และความรู้สึกของพนักงานโดยตรง การจัดการข้อมูลส่วนนี้ด้วยไฟล์กระจัดกระจายหรือสเปรดชีตที่ส่งต่อกันทางอีเมลมักเป็นจุดที่ข้อมูลหลุดได้ง่าย

ระบบประเมินผลงานที่ออกแบบมาดีจะมีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงในตัว ให้เฉพาะหัวหน้าสายงานและ HR ที่เกี่ยวข้องเห็นข้อมูลของพนักงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ ลดการส่งต่อไฟล์ที่ควบคุมไม่ได้ และเก็บประวัติว่าใครเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลเมื่อไร ซึ่งสอดคล้องกับหลัก Least Privilege ที่กล่าวไปข้างต้น

บริการ ออกแบบระบบประเมินผลงาน SPMS ของ Triple I ช่วยให้องค์กรวางระบบประเมินที่มีโครงสร้างชัดเจนและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเหมาะสม แทนการบริหารผลงานด้วยไฟล์ที่กระจัดกระจาย หากองค์กรกำลังทบทวนเรื่องการประเมินและค่าตอบแทนควบคู่กัน อ่านเพิ่มเติมเรื่องการตั้งเป้าหมายได้ที่บทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร

แนวทางปรับใช้สำหรับองค์กร SME ไทย

องค์กรขนาดกลางและเล็กที่มีทรัพยากรจำกัดไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน แนวทางที่เริ่มได้ทันที ได้แก่

เริ่มจากกระบวนการก่อนเทคโนโลยี การจัดประเภทข้อมูลและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงทำได้โดยแทบไม่มีต้นทุน และมักปิดช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดได้ก่อน

ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เต็มที่ ระบบที่องค์กรใช้อยู่แล้ว เช่น ระบบจ่ายเงินเดือนหรือ HRIS มักมีฟังก์ชันควบคุมสิทธิ์ที่ยังไม่ได้เปิดใช้ ควรตรวจสอบและตั้งค่าให้เหมาะสมก่อนพิจารณาซื้อระบบใหม่

ทำให้เป็นนิสัยขององค์กร เพิ่มการทบทวนสิทธิ์เข้าถึงเข้าไปในรอบงานประจำ เช่น ตรวจสอบทุกครั้งที่มีพนักงานเข้าใหม่ ลาออก หรือย้ายหน้าที่ เพื่อให้ความปลอดภัยข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของงานปกติ ไม่ใช่โครงการครั้งเดียวแล้วเลิก

สรุป

ความปลอดภัยข้อมูล HR ที่ได้ผลเริ่มจากการเข้าใจว่าองค์กรเก็บข้อมูลอะไรไว้บ้าง จัดประเภทตามความอ่อนไหว กำหนดสิทธิ์เข้าถึงตามหน้าที่ วางมาตรการป้องกันทั้งดิจิทัลและกระดาษ อบรมคนให้เข้าใจ และเตรียมแผนรับมือเหตุรั่วไหลให้สอดคล้องกับ PDPA กระบวนการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระบบและวินัย ไม่ใช่งบประมาณ จึง SME ทำได้

หากองค์กรกำลังวางระบบบริหารผลงานที่ต้องดูแลข้อมูลพนักงานอย่างปลอดภัยและมีโครงสร้าง นัดคุยฟรีกับที่ปรึกษา Triple I เรื่องระบบ SPMS เพื่อหารือแนวทางที่เหมาะกับองค์กรของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ความปลอดภัยข้อมูล HR คืออะไร และครอบคลุมข้อมูลประเภทไหนบ้าง

ความปลอดภัยข้อมูล HR คือชุดมาตรการที่ปกป้องข้อมูลพนักงานไม่ให้รั่วไหล ถูกแก้ไข หรือเข้าถึงโดยผู้ไม่มีสิทธิ์ ครอบคลุมข้อมูลตั้งแต่ประวัติส่วนตัว เลขบัตรประชาชน ข้อมูลเงินเดือน ผลการประเมิน ไปจนถึงข้อมูลสุขภาพและประวัติการลา ข้อมูลเหล่านี้หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งต้องการการดูแลเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

องค์กร SME ที่งบจำกัดควรเริ่มทำความปลอดภัยข้อมูล HR จากตรงไหน

จุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าที่สุดคือการจัดประเภทข้อมูลและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงตามหน้าที่ ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องลงทุนระบบราคาสูง เพียงทบทวนว่าใครเข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้าง แล้วตัดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นออก จากนั้นจึงค่อยพิจารณาเครื่องมือเข้ารหัสและระบบ HRIS ที่มีการควบคุมสิทธิ์ในตัว การเริ่มจากกระบวนการก่อนเทคโนโลยีช่วยให้ใช้งบได้คุ้มกว่า

ข้อมูลพนักงานแบบกระดาษกับไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ต้องดูแลต่างกันอย่างไร

ทั้งสองรูปแบบมีความเสี่ยงต่างกันจึงต้องใช้มาตรการต่างกัน ข้อมูลกระดาษเสี่ยงต่อการถูกหยิบ ถ่ายภาพ หรือสูญหาย จึงควรเก็บในตู้ล็อกและจำกัดคนที่ถือกุญแจ ส่วนไฟล์ดิจิทัลเสี่ยงต่อการคัดลอก แชร์ผิดคน หรือถูกเจาะระบบ จึงต้องใช้รหัสผ่าน การเข้ารหัส และการกำหนดสิทธิ์โฟลเดอร์ องค์กรส่วนใหญ่มีข้อมูลทั้งสองแบบ จึงควรวางมาตรการครอบคลุมทั้งคู่

ถ้าเกิดเหตุข้อมูลพนักงานรั่วไหล องค์กรต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อพบเหตุ ควรจำกัดความเสียหายก่อนด้วยการตัดการเข้าถึงและประเมินว่าข้อมูลใดได้รับผลกระทบ จากนั้นบันทึกเหตุการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร และพิจารณาหน้าที่แจ้งเหตุตามที่ PDPA กำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูล รายละเอียดและกรอบเวลาควรตรวจสอบกับที่ปรึกษากฎหมายหรือแหล่งข้อมูลทางการ เพราะขึ้นกับลักษณะและความรุนแรงของเหตุ

การประเมินผลงานเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยข้อมูล HR อย่างไร

ผลการประเมินผลงานเป็นข้อมูลพนักงานที่อ่อนไหว เพราะกระทบต่อค่าตอบแทน การเลื่อนตำแหน่ง และความรู้สึกของพนักงาน หากรั่วไหลหรือถูกเข้าถึงโดยคนที่ไม่เกี่ยวข้องอาจสร้างความไม่พอใจและความไม่ไว้วางใจ ระบบประเมินผลงานที่ดีจึงควรมีการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงในตัว ให้เฉพาะหัวหน้าสายงานและ HR ที่เกี่ยวข้องเห็นข้อมูลของพนักงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเท่านั้น


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี