ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

people analytics สำหรับ SME เริ่มต้นอย่างไรให้ใช้ได้จริง

people analytics สำหรับ SME คือการนำข้อมูลด้านบุคลากรที่องค์กรมีอยู่แล้ว เช่น การลาออก ผลการประเมิน และค่าตอบแทน มาจัดระเบียบและวิเคราะห์เพื่อให้การตัดสินใจด้านคนมีหลักฐานรองรับ องค์กรขนาดกลางและเล็กไม่จำเป็นต้องมีทีมนักวิเคราะห์หรือระบบราคาสูง เริ่มจากตัวเลขพื้นฐานในไฟล์ที่มีอยู่ และคำถามที่ตอบยากเพียงไม่กี่ข้อก็เริ่มได้จริง

บทความนี้จะอธิบายว่า people analytics คืออะไรในบริบทของ SME ทำไมจึงสำคัญแม้องค์กรยังไม่ใหญ่ ตัวชี้วัดที่ควรเริ่ม ข้อมูลที่ต้องเตรียม และข้อควรระวังเรื่องการตีความและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อให้เริ่มต้นได้โดยไม่ลงทุนเกินจำเป็น


people analytics สำหรับ SME คืออะไร

people analytics หมายถึงการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานมาช่วยตอบคำถามด้านการบริหารคน แทนการตัดสินจากความรู้สึกหรือความคุ้นเคยเพียงอย่างเดียว ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรมีอยู่แล้ว เช่น ทะเบียนประวัติพนักงาน บันทึกการมาทำงาน ผลการประเมินผลงาน ข้อมูลค่าตอบแทน และข้อมูลการสรรหา

สำหรับองค์กรขนาดกลางและเล็ก people analytics ไม่ได้หมายถึงการสร้างแบบจำลองที่ซับซ้อน แต่หมายถึงการนำข้อมูลที่กระจัดกระจายมาจัดให้เป็นระเบียบ แล้วตั้งคำถามที่ตอบได้ด้วยข้อมูลนั้น ตัวอย่างเช่น “แผนกใดมีอัตราการลาออกสูงที่สุดในปีที่ผ่านมา” หรือ”พนักงานที่ลาออกในปีแรกมีลักษณะร่วมกันอย่างไร”

ความแตกต่างระหว่างการทำรายงานทั่วไปกับ people analytics อยู่ที่ระดับของคำถาม รายงานทั่วไปบอกว่า “เกิดอะไรขึ้น” เช่น เดือนนี้มีคนลาออกกี่คน ส่วน people analytics พยายามตอบต่อว่า “ทำไม” และ “แนวโน้มต่อไปจะเป็นอย่างไร” ซึ่งต้องเชื่อมข้อมูลหลายชุดเข้าด้วยกัน

แนวคิดนี้ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงวิชาชีพ HR ทั้งในงานของนักวิชาการด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และในแนวปฏิบัติที่สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เผยแพร่ จุดร่วมที่สำคัญคือ การวิเคราะห์ข้อมูลด้านคนควรเริ่มจากคำถามทางธุรกิจก่อน ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องมือ


ทำไม SME ถึงควรเริ่มทำ people analytics ตั้งแต่ยังไม่ใหญ่

มีความเข้าใจที่พบบ่อยว่า people analytics เป็นเรื่องขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลักพันคนและมีทีมข้อมูลเฉพาะ ในความเป็นจริง องค์กรขนาดกลางและเล็กก็ได้ประโยชน์เช่นกัน และบางครั้งได้เร็วกว่า เพราะการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เห็นผลได้ชัดในกลุ่มคนที่ไม่ใหญ่นัก

หนึ่งในเหตุผลที่ SME ควรเริ่มเร็วคือ ต้นทุนของการตัดสินใจผิดเรื่องคนมีน้ำหนักมากเมื่อองค์กรยังเล็ก การสูญเสียพนักงานหลักหนึ่งคนในทีมสิบคน ส่งผลต่อภาระงานและความต่อเนื่องมากกว่าในองค์กรใหญ่ การมีข้อมูลช่วยให้เห็นสัญญาณก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องอีกประการคือ เมื่อองค์กรเติบโต ข้อมูลที่ไม่ได้จัดระเบียบตั้งแต่ต้นจะรวบรวมย้อนหลังได้ยากขึ้น การเริ่มเก็บข้อมูลให้เป็นรูปแบบเดียวกันตั้งแต่ยังมีพนักงานไม่มาก ทำให้ในอนาคตมีฐานข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ได้ทันที โดยไม่ต้องไล่รื้อข้อมูลเก่าที่อยู่คนละรูปแบบ

นอกจากนี้ การตัดสินใจที่อ้างอิงข้อมูลยังช่วยให้ HR สื่อสารกับผู้บริหารได้น่าเชื่อถือขึ้น เมื่อเสนอเรื่องปรับค่าตอบแทนหรือเพิ่มอัตรากำลัง การมีตัวเลขประกอบ เช่น อัตราการลาออกและต้นทุนการสรรหา ทำให้ข้อเสนอมีหลักฐานรองรับมากกว่าการบอกว่า “รู้สึกว่าคนไม่พอ”


ตัวชี้วัด people analytics ที่ SME ควรเริ่มมีอะไรบ้าง

องค์กรขนาดกลางและเล็กไม่จำเป็นต้องเริ่มจากตัวชี้วัดจำนวนมาก แต่ควรเลือกตัวที่คำนวณได้จากข้อมูลที่มีอยู่และเชื่อมโยงกับการตัดสินใจจริง ตัวอย่างตัวชี้วัดที่หลายองค์กรเริ่มก่อนมีดังนี้

อัตราการลาออก (turnover rate) คำนวณจากจำนวนพนักงานที่ลาออกในช่วงเวลาหนึ่งหารด้วยจำนวนพนักงานเฉลี่ยในช่วงเดียวกัน ตัวชี้วัดนี้มักเป็นจุดเริ่มต้น เพราะเชื่อมกับต้นทุนชัดเจน และเมื่อแยกตามแผนก ตามอายุงาน หรือตามผลการประเมิน จะเห็นได้ว่ากลุ่มใดควรให้ความสนใจก่อน

ระยะเวลาในการสรรหา (time to fill) วัดจากวันที่เปิดรับจนถึงวันที่ผู้สมัครตอบรับ ช่วยให้เห็นว่าตำแหน่งใดหายากและควรวางแผนล่วงหน้า

อัตราการคงอยู่ในปีแรก วัดสัดส่วนพนักงานใหม่ที่ยังอยู่ครบหนึ่งปี ตัวเลขนี้สะท้อนทั้งคุณภาพการสรรหาและการดูแลพนักงานช่วงเริ่มงาน

การกระจายผลการประเมินผลงาน ดูว่าผลประเมินกระจุกตัวอยู่ที่ระดับใด ถ้าพนักงานเกือบทั้งหมดได้คะแนนระดับเดียวกัน อาจเป็นสัญญาณว่าระบบประเมินยังแยกแยะผลงานได้ไม่ชัดเจน

ต้นทุนค่าตอบแทนต่อยอดขายหรือต่อหัว ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของภาระค่าใช้จ่ายด้านคน เพื่อใช้ประกอบการวางงบประมาณ

ข้อแนะนำคือ เริ่มจากสองถึงสามตัวที่ตอบคำถามเร่งด่วนที่สุดก่อน แล้วค่อยขยาย การมีตัวชี้วัดจำนวนมากแต่ไม่ได้นำไปใช้ตัดสินใจ ไม่ได้ช่วยอะไรและกลายเป็นภาระในการเก็บข้อมูล


ต้องมีข้อมูลและเครื่องมืออะไรก่อนจึงจะเริ่มได้

ข้อมูลตั้งต้นที่จำเป็นสำหรับ people analytics ระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่อยู่ในองค์กรอยู่แล้ว เพียงแต่กระจายอยู่หลายที่และอยู่คนละรูปแบบ สิ่งที่ควรรวบรวมให้เป็นระเบียบ ได้แก่ ทะเบียนประวัติพนักงานพร้อมวันที่เริ่มงานและวันที่ลาออก ตำแหน่งและแผนก ผลการประเมินผลงานย้อนหลัง ข้อมูลค่าตอบแทน และข้อมูลการสรรหา

ในแง่เครื่องมือ องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบราคาสูงตั้งแต่แรก ไฟล์ตารางคำนวณที่จัดโครงสร้างดี เช่น มีรหัสพนักงานที่ไม่ซ้ำกัน มีคอลัมน์วันที่ในรูปแบบเดียวกัน และมีการตั้งชื่อแผนกให้สอดคล้องกัน ก็เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์เบื้องต้น

เมื่อข้อมูลเริ่มมีปริมาณมาก ต้องอัปเดตบ่อย หรือมีหลายคนแก้ไขพร้อมกัน องค์กรจึงค่อยพิจารณาระบบบริหารงานบุคคล (HRIS) หรือระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้การเก็บข้อมูลเป็นอัตโนมัติและลดความผิดพลาดจากการคีย์ซ้ำ ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานอย่าง SPMS ช่วยให้ข้อมูลผลการประเมิน การตั้งเป้าหมาย และความเชื่อมโยงกับตัวชี้วัด ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบและพร้อมนำมาวิเคราะห์ต่อ

จุดที่มักถูกมองข้ามคือคุณภาพของข้อมูล ก่อนวิเคราะห์ควรตรวจสอบว่าข้อมูลครบถ้วน ไม่มีรายการซ้ำ และนิยามของแต่ละช่องตรงกันทั้งองค์กร เช่น คำว่า “ลาออก” รวมการเลิกจ้างและการเกษียณด้วยหรือไม่ เพราะการวิเคราะห์บนข้อมูลที่นิยามไม่ตรงกันจะให้ผลที่ตีความผิดได้ง่าย


people analytics เชื่อมกับการประเมินผลงานและค่าตอบแทนอย่างไร

ประโยชน์ของ people analytics จะชัดเจนขึ้นเมื่อนำไปเชื่อมกับระบบบริหารคนที่องค์กรใช้อยู่ โดยเฉพาะการประเมินผลงานและการบริหารค่าตอบแทน เพราะทั้งสองส่วนสร้างข้อมูลต่อเนื่องและส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจ

ในด้านการประเมินผลงาน ข้อมูลผลประเมินที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบช่วยให้เห็นภาพรวมว่าผลงานกระจายตัวอย่างไร พนักงานกลุ่มผลงานสูงมีอัตราการคงอยู่เป็นอย่างไรเทียบกับกลุ่มอื่น และมีความสอดคล้องระหว่างผลประเมินกับการปรับค่าตอบแทนหรือไม่ การวิเคราะห์ลักษณะนี้ช่วยให้องค์กรเห็นว่าระบบประเมินกำลังให้รางวัลกับสิ่งที่ตั้งใจหรือไม่ บทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร อธิบายการตั้งตัวชี้วัดที่ป้อนข้อมูลเข้าสู่การวิเคราะห์เหล่านี้เพิ่มเติม

ในด้านค่าตอบแทน ข้อมูลด้านคนช่วยให้เห็นว่าการจ่ายในปัจจุบันสอดคล้องกับโครงสร้างที่วางไว้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีโครงสร้างเงินเดือนแบบกระบอก (pay band) การวิเคราะห์ตำแหน่งของพนักงานเทียบกับกึ่งกลางกระบอกด้วยค่า compa-ratio จะช่วยชี้ว่ามีพนักงานกลุ่มใดอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่ากรอบ และเชื่อมโยงกับอัตราการลาออกได้หรือไม่ เรื่องนี้อธิบายเพิ่มเติมในบทความ โครงสร้างเงินเดือน 101

จุดสำคัญคือ การวิเคราะห์ควรนำไปสู่การตั้งคำถามและการตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อสรุปสำเร็จรูป ตัวอย่างเช่น หากพบว่าแผนกหนึ่งมีอัตราการลาออกสูงและค่าตอบแทนต่ำกว่าค่ากึ่งกลางกระบอก ค่าตอบแทนอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาร่วม เช่น ภาระงาน หัวหน้างาน หรือเส้นทางความก้าวหน้า ก่อนสรุปและตัดสินใจ


ข้อควรระวังในการตีความข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

แม้ people analytics จะช่วยให้การตัดสินใจมีหลักฐานมากขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวังที่สำคัญ การละเลยจะทำให้ข้อมูลกลายเป็นแหล่งของข้อสรุปที่ผิดพลาด

ข้อควรระวังประการแรกคือ ความสัมพันธ์ไม่เท่ากับสาเหตุ การที่ตัวเลขสองชุดเคลื่อนไหวไปด้วยกันไม่ได้แปลว่าตัวหนึ่งทำให้เกิดอีกตัว ตัวอย่างเช่น แผนกที่มีการลาออกสูงและการอบรมน้อย อาจมีปัจจัยอื่นที่อยู่เบื้องหลังทั้งสองเรื่อง การด่วนสรุปว่าเพิ่มการอบรมแล้วการลาออกจะลดลงทันทีจึงเป็นการตีความที่เกินกว่าข้อมูลรองรับ

ประการที่สองคือ จำนวนข้อมูลที่น้อยทำให้สรุปได้ยาก ในองค์กรขนาดเล็ก เมื่อแบ่งข้อมูลเป็นกลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มอาจเหลือเพียงไม่กี่คน ตัวเลขที่ได้จึงผันผวนสูงและไม่ควรนำไปสรุปเป็นแนวโน้มที่หนักแน่น ในกรณีเช่นนี้ ควรใช้ข้อมูลเป็นจุดตั้งต้นของการพูดคุย ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

ประการที่สามคือ ความเป็นส่วนตัวและความไว้วางใจ ข้อมูลพนักงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องดูแลตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ควรเก็บและใช้เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ จำกัดผู้เข้าถึง และเมื่อรายงานผลในระดับกลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการนำเสนอที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ การใช้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมช่วยรักษาความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้ข้อมูลในอนาคตยังเชื่อถือได้


สรุป

people analytics สำหรับ SME ไม่ใช่เรื่องของระบบราคาสูงหรือทีมนักวิเคราะห์ขนาดใหญ่ แต่คือการนำข้อมูลด้านคนที่องค์กรมีอยู่แล้วมาจัดระเบียบ ตั้งคำถามที่ตอบได้ และนำผลไปประกอบการตัดสินใจอย่างระมัดระวัง องค์กรขนาดกลางและเล็กควรเริ่มจากตัวชี้วัดพื้นฐานเพียงไม่กี่ตัว เช่น อัตราการลาออกและอัตราการคงอยู่ในปีแรก เชื่อมข้อมูลเข้ากับการประเมินผลงานและค่าตอบแทน และระวังการตีความที่เกินกว่าข้อมูลรองรับ พร้อมดูแลความเป็นส่วนตัวของข้อมูลตามหลัก PDPA

องค์กรที่ยังไม่เคยทำสามารถเริ่มจากสิ่งที่เรียบง่ายและใช้ได้จริงก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อพร้อม โดยให้ทุกตัวชี้วัดเชื่อมกับคำถามทางธุรกิจที่ชัดเจน

หากต้องการวางระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่จัดเก็บข้อมูลด้านคนอย่างเป็นระบบและพร้อมนำมาวิเคราะห์ต่อ ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

people analytics สำหรับ SME คืออะไร

people analytics สำหรับ SME คือการนำข้อมูลด้านบุคลากรที่องค์กรมีอยู่แล้ว เช่น อัตราการลาออก ผลการประเมิน การมาทำงาน และค่าตอบแทน มาจัดระเบียบและวิเคราะห์เพื่อช่วยการตัดสินใจด้านคนให้มีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกอย่างเดียว สำหรับองค์กรขนาดกลางและเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบราคาสูงหรือทีมนักวิเคราะห์ เริ่มจากตัวเลขพื้นฐานในไฟล์ที่มีอยู่ก็เริ่มได้

SME ขนาดเล็กจำเป็นต้องทำ people analytics หรือไม่

ขึ้นอยู่กับคำถามที่องค์กรกำลังเผชิญ ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าแผนกไหนลาออกบ่อยที่สุด ต้นทุนการสรรหาต่อตำแหน่งเท่าไร หรือพนักงานกลุ่มไหนเสี่ยงลาออก การเริ่มจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานจะช่วยได้ องค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่หลักสิบคนขึ้นไปมักเริ่มเห็นประโยชน์ เพราะข้อมูลเริ่มมีจำนวนมากพอที่จะเห็นแนวโน้ม

people analytics ต่างจากการทำรายงาน HR ทั่วไปอย่างไร

รายงาน HR ทั่วไปมักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต เช่น เดือนนี้มีคนลาออกกี่คน ส่วน people analytics พยายามตอบว่าทำไมถึงเกิดขึ้นและจะเกิดอะไรต่อ เช่น กลุ่มไหนเสี่ยงลาออก และปัจจัยใดที่อาจเกี่ยวข้อง การวิเคราะห์จึงเชื่อมข้อมูลหลายชุดเข้าด้วยกันเพื่อหาแนวโน้ม ไม่ได้หยุดที่การนับจำนวน

ต้องลงทุนซื้อระบบ HRIS ก่อนถึงจะเริ่ม people analytics ได้ไหม

ไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบก่อน องค์กรส่วนใหญ่เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ในไฟล์ตารางคำนวณและทะเบียนพนักงานให้เป็นรูปแบบเดียวกันก่อน เมื่อข้อมูลเริ่มมีปริมาณมากและต้องอัปเดตบ่อย จึงค่อยพิจารณาระบบ HRIS หรือเครื่องมือบริหารผลงานเพื่อให้การเก็บข้อมูลเป็นอัตโนมัติและลดความผิดพลาด

ตัวชี้วัด people analytics ตัวแรกที่ SME ควรเริ่มคืออะไร

ตัวชี้วัดที่หลายองค์กรเริ่มก่อนคืออัตราการลาออก (turnover rate) เพราะคำนวณได้จากข้อมูลที่มีอยู่แล้วและเชื่อมโยงกับต้นทุนชัดเจน เมื่อแยกตามแผนก ตามอายุงาน หรือตามผลการประเมิน จะเริ่มเห็นว่ากลุ่มใดควรให้ความสนใจก่อน จากนั้นจึงค่อยขยายไปยังตัวชี้วัดอื่น เช่น ระยะเวลาในการสรรหาและผลการประเมินผลงาน


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี